[LF] series: 407 part 13 END!
posted on 26 Jun 2011 03:55 by xtravaganzy

13
มีคนบอกว่า...เวลาแห่งความสุขมันมักจะผ่านไปเร็วเสมอ...
ชเวซึงฮยอนกำลังนอนอยู่บนเตียง พลางหยิบนาฬิกาขึ้นมาหมุนเข็มเล่นไปมาแก้เบื่อ ในขณะเดียวกัน...เขาก็แอบหวังอยู่ในใจ ว่าบางที...เวลามันน่าจะเดินช้าลงมากกว่านี้บ้าง
เผื่อว่าเขาจะได้อยู่กับจียงนานกว่านี้สักหน่อย...
แต่ดูเหมือนว่าความหวังของเขามันคงไม่มีวันจะเป็นจริง...
เพราะจนท้ายที่สุดแล้ว...วันที่เขาไม่เคยจะรอคอยมันก็มาถึงจนได้....
‘วันแห่งการจากลาที่ทำให้เขานอนไม่หลับมาตลอดทั้งคืน....’
ในเวลานี้...
ควอนจียงกำลังเดินออกมาจากห้องน้ำ...
ร่างบางอยู่ในชุดเสื้อโค้ทตัวใหญ่กับกางเกงเดฟหนังสีแดงตัวเดียวกับที่เขาเห็นจียงใส่มันในวันแรก
น่ารัก...
ไม่ว่าจะใส่อะไรก็น่ารักไปหมด...
มันน่ารัก จนชเวซึงฮยอนต้องลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินไปกอดข้างหลังเอาไว้อย่างหวงแหน....
“ให้ตายสิ.... อิจฉาญี่ปุ่นชะมัดเลย... ” ชเวซึงฮยอนพ่นลมหายใจออกไปรดบนแผ่นหลังบางที่เขาเอาใบหน้าแนบเอาไว้เบาๆ..
ประโยคนี้อีกแล้ว...
เขาจำไม่ได้หรอก ... ว่าตลอดหลายวันมานี้ เขาได้พูดมันไปแล้วกี่ครั้ง และทุกครั้ง ก็ดูเหมือนจียงจะทำเพียงแค่ยิ้มรับธรรมดา...
หากแต่ครั้งนี้มันดูจะต่างออกไปสักหน่อย... เพราะเขาได้แอบหยอดคำหวานเอาไว้ตอนท้ายอีกนิดให้ชีวิตได้มีอะไรกระชุ่มกระชวยบ้าง...
“กลับมาเร็วๆ นะ .......... ที่รัก”
สิ้นคำพูดของเขา ก็ดูเหมือนจียงจะนิ่งอึ้งลงไปเล็กน้อย เพราะนี่เป็นครั้งที่เขากล้าเรียกจียงออกมาแบบนี้...
และการที่เราเป็นผู้ชายด้วยกันทั้งคู่ เขาก็กลัวว่า...บางที...จียงก็อาจจะมองว่ามันแปลกๆ หรือไม่ก็ออกจะดูน่าอายอยู่พอสมควร...
แต่กลายเป็นว่า...
“อือ....”
จียงเอ่ยขึ้นแผ่วเบา...มือเล็กก็เอื้อมมากระชับอ้อมกอดของเขาจนแน่น พร้อมกับหลับตาลง... “ไปข้างล่างไปกันเถอะ... ใกล้เวลาแล้วล่ะ” พูดจบ จียงก็แกะมือเขาออกเบาๆ ก่อนจะเดินไปหยิบกระเป๋าเดินทางเพื่อเตรียมจะลากมันออกไปจากห้องในไม่ช้า...
แม้จะดีใจ ที่อีกฝ่ายไม่ได้ปฏิเสธคำว่า ‘ที่รัก’ ของเขา...
แต่ถึงอย่างนั้น ในเวลาแบบนี้...ชเวซึงฮยอนก็ทำได้แต่ยืนถอนหายใจ ก่อนจะเดินตามร่างบางออกไปจากห้อง เพื่อลงไปส่ง...ข้างล่าง…
ใช่...
อ่านถูกแล้วล่ะ...
เขาได้แค่ลงไปส่งข้างล่างเท่านั้น!
ก็เมื่อวานนี้...จียงห้ามไม่ให้เขาไปส่งที่สนามบิน...
จียงบอกว่า มันคงไม่ดี ถ้าลุงของเขาจะเห็นพวกเราอยู่ด้วยกัน
ซึ่่งถ้าคิดอีกแง่นึงมันก็คงดีต่อเขาด้วย เพราะถ้าเขาเห็นจียงขึ้นเครื่องจากไปต่อหน้าต่อตา
เขาคงได้ชักดิ้นชักงอไปหลายวันแน่ๆ...
“จียงงงงงงงง”
เสียงของอีซึงริดังขึ้นในทันทีที่เท้าของจียงก้าวลงจากบันได...
เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน ที่ชเวซึงฮยอนเห็นคนจำนวนมากมายขนาดนี้ มารวมตัวกันที่ห้องโถงของหอพักชาย...
ทั้งพวกไอ้ยองเบ พวกรุ่นพี่ ไอ้ชานซอง แจจุง มิคกี้ อึนจอง ฮยอนจุง ยูบิน รวมไปถึงลุงปาร์คเท็ดดี้ กับ ซองเบคยองที่อุตส่าห์ดั้นด้นจากมหาลัยกลับมาหาอีกครั้ง และทุกคนก็ล้วนแต่มายืนรออยู่หน้าประตูทางออก ด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย ที่คงจะไม่ต่างจากใบหน้าของเขาในตอนนี้เสียเท่าไหร่
“ลาก่อนครับ...ทุกคน”
จียงวางกระเป๋าลงบนพื้น ก่อนจะโค้งตัว 90 องศา ให้กับทุกๆ คนที่มายืนส่งเขาอย่างนอบน้อมโดยไม่ได้สนใจว่าคนที่อยู่ตรงหน้า จะเป็นรุ่นเดียวกันหรือรุ่นพี่... ซึ่งนั่นก็ทำให้พวกเซนซิทีฟอย่างไอ้ยองเบ แดซอง และซึงริ ถึงกับหลั่งน้ำตาออกมา...รวมไปจนถึงเฮียคุช ที่รีบหยิบเอาแว่นตาดำขึ้นมาใส่เพื่อป้องกันการหลุดคอนเซปต์เอาไว้แต่ เนิ่นๆ...
“กลับมาเร็วๆ นะจียง”
อึนจองตะโกนขึ้น พลางวิ่งเข้ามาจับมือบางของจียงเอาไว้ “ถ้ากลับมาเมื่อไหร่ อึนจองจะทำข้าวกล่องมาให้กินเยอะๆ เลยนะ...ฮืก...”
สาวผมบ๊อบพูดขึ้นด้วยดวงตาแดงก่ำและเสียงสะอื้น แล้วหลังจากนั้น ยูบินที่ยืนเงียบอยู่ข้างๆ ก็เดินเข้ามาหาจียงบ้าง
“นายอย่าปล่อยให้ท๊อปรอนายนานนะ...ไม่งั้น ฉันจะเอาของฉันคืนด้วย” ยูบินพูดขึ้น ก่อนจะกัดริมฝีปากจนแน่น แล้วเดินไปยืนอยู่ข้างๆ ของอึนจองเพื่อปลอบใจเพื่อนสาว
และคราวนี้ ปาร์คเท็ดดี้ ก็เดินเข้ามาหาบ้าง...
“Oh Dear, Take care yourself” ปาร์คเท็ดดี้พูดขึ้นอย่างห่วงใยด้วยใบหน้าที่ออกจะโอเวอร์ไปนิด และซองเบคยองก็ยังไม่ลืมที่จะออกมาทำหน้าที่ล่ามเหมือนเช่นเคย...
“โอ้ เจ้ากวาง , อย่าลืมเอาแป้งเด็กแคร์ติดตัวไปด้วย” รุ่นพี่ตัวสั้นพากษ์เสียงออกมาอย่างห่วงใยด้วยเช่นกัน
แต่นั่นก็ทำให้ปาร์คเท็ดดี้ต้องหันไปตบหัวเข้าทีหนึ่งอย่างเต็มรัก และพวกเขาก็สามารถเรียกรอยยิ้มเล็กๆ ขึ้นบนใบหน้าของจียงอย่างเช่นเคย...
“จียง...พวกเรารอนายเสมอนะ...” คราวนี้เป็นชเวดองอุคเดินเข้ามาคุยกับจียงบ้าง..และในไม่ช้า อิมแทบินก็พูดขึ้นต่อ
“ตอนกลับมาก็เอาแผ่น AV กับพวกไวเบรเตอร์มาฝากพี่บ้างนะ พี่จะรอ...” สิ้นประโยค รุ่นพี่ร่างใหญ่ก็ถูกชเวดองอุคบิดหูเข้าอย่างแรง ก่อนจะถูกลากตัวออกไปยืนอยู่ด้านหลังของกลุ่มคนที่กำลังยืนมุงอยู่รอบๆ
และไม่นานนัก เสียงทุ้มโหดๆ อันคุ้นเคยก็ดังขึ้นถัดมา...
“เฮ้ย! ไอ้น้อง....” เป็นตาของคุชฮยองที่เดินเข้ามาหยุดตรงหน้าของจียงใกล้ๆ... รุ่นพี่หน้าดุถอดแว่นตาดำออกมาแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นๆ...
“กลับมาคราวหน้าเอ็งต้องเข้มแข็งให้ได้เหมือนพี่นะเว้ย...ฮึก....”
แต่ยังไม่ทันจะพูดจนจบประโยค รุ่นพี่สไตล์ดิบก็ส่งเสียงสะอื้นออกมาอย่างพลั้งเผลอ จนเจ้าตัวต้องรีบหยิบแว่นตาดำมาใส่อีกครั้ง เพื่อปิดบังรอยน้ำตาที่จะมาบั่นทอนความดิบของเขาลงไป...
หลังจากนั้น ยองเบ แดซอง ซึงริ ก็ออกมาร้องเพลงอำลาแบบซึ้งๆ จนหลายๆ คนที่อยู่ที่นั่นถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาโดยง่าย ส่วนคนอื่นๆ ก็พากันมารุมบอกลาจียงกันอย่างวุ่นวาย... บางคนก็มีของฝากให้ บางคนก็ขอถ่ายรูป หรือบางคนก็ขอกอด
เวลาผ่านไปพักใหญ่...
กระทั่งอาจารย์ชอนเดินเข้ามาจากประตูด้านหน้า... เสียงที่ดังอึกทึกเมื่อครู่ ก็ถึงคราวต้องเงียบกริบลงไปในไม่ช้า......
“จียง...พร้อมรึยัง”
อาจารย์ชอนเอ่ยขึ้น พร้อมๆ ที่เหล่านักเรียนทุกคนพร้อมใจกันโค้งตัวลงต้อนรับผู้อำนวยการคนใหม่อย่างเกร็งๆ...
“ครับ...”
ร่างบางเดินไปหยิบกระเป๋าเดินทางที่วางทิ้งเอาไว้อีกครั้ง ท่ามกลางสายตาอาลัยอาวรณ์ของพวกชาวหอที่ยืนมองอยู่รอบๆ.... หากแต่ยังไม่ทันที่จียงจะลากกระเป๋าออกไป อาจารย์ชอน ก็พูดอะไรบางอย่างขึ้นมา...
“อันที่จริง ที่ฉันมาที่นี่ ก็เพราะมีเรื่องบางอย่างจะ จะมาบอกให้ทุกคนได้รู้กันน่ะนะ...”
“..........”
ภายในห้องโถงเงียบลงไปถนัด เพื่อตั้งใจฟังในสิ่งที่อาจารย์ชอนกำลังพูดต่อไป...
“อดีตผู้อำนวยการ ได้ฝากฉันมาบอกทุกคนว่า เพลงไตเติ้ลที่จะใช้ในอัลบั้มประจำปีของโรงเรียน ในปีนี้...เราจะเปลี่ยน ไปใช้เพลง Baby don’t cry ที่คุช นักเรียนปีสามแต่งขึ้นมาแทน ส่วนเพลงของจียง...เราจะคืนมันให้กับเจ้าของโดยไม่มีการนำไปทำต่อ ส่วนของเดิมที่ทำไปบ้างแล้ว ก็จะถูกเก็บเอาไว้ไม่ถูกนำไปใช้ที่ไหนอีกต่อไป..."
สิ้นคำพูดของอาจารย์ชอน ดวงตาของจียงก็เบิกโตขึ้น หากแต่เจ้าตัวก็ยังไม่ได้พูดอะไรออกมา...
“ละ แล้ว ใครจะเป็นคนร้องเพลงนั้นล่ะฮะ” แดซองเอ่ยถาม
รุ่นน้องตาตี่จำได้เป็นอย่างดี ว่าเมื่อครั้งที่พี่คุชแต่งเพลงนี้เสร็จใหม่ๆ เขาเป็นฝ่ายถูกดึงตัวไปร้องเพื่อทำเป็นเพลงไกด์เอาไว้ เพราะถึงแม้ว่าแดซองจะเรียนเอกดนตรีพื้นบ้าน แต่เสียงของเขาก็เหมาะกับเพลงนี้เป็นที่สุด...
ดังนั้น...ถ้าหากจะมีคนอื่นที่เป็นคนร้องเพลงนี้แทนเขา...มันก็คงจะน่าเสียดายอยู่ไม่น้อย..
.
“ก็แล้วแต่เจ้าของเพลงจะเลือกนั่นแหละ” อาจารย์ชอนตอบออกมา
ซึ่งนั่นก็ทำให้คังแดซองรีบหันไปมองที่พี่คุชอย่างเว้าวอนในทันที...
“เออ...เอ็งก็ได้...กูขี้เกียจคิด” คุชตอบออกมาอย่างไม่ได้ใส่ใจ
หากแต่เมื่อสิ้นคำตอบนั้น คังแดซองก็ดีใจจนวิ่งไปโผเข้ากอดพี่ชายหน้าโหดที่เอาแต่ตกอกตกใจเสียจนดิ้นหนีไม่เป็นท่า...
“ส่วนนาย...ชเวซึงฮยอนใช่มั้ย....”
คราวนี้อาจารย์ชอนหันมามองเขาที่ยืนเงียบอยู่ด้านหลังมาพักใหญ่ ร่างสูงสะดุ้งขึ้นเล็กน้อยเมื่อถูกเรียก แต่พอตั้งสติได้ เขาก็หันไปขานรับ
“ครับ”
“อดีตผู้อำนวยการ ฝากฉันมาบอกนายน่ะ ว่าขอบคุณมาก ที่ดูแลจียงเป็นอย่างดี แล้วท่านก็ฝากของสิ่งนี้มาให้ด้วย...”
อาจารย์ชอนพูดขึ้น พร้อมกับยื่นกล่องเล็กๆ ใบหนึ่งให้กับเขา... ชเวซึงฮยอนจึงเดินเข้าไปรับมันมาถือเอาไว้ ก่อนจะหันหน้าไปมองจียงที่กำลังจ้องมาที่เขาด้วยแววตาที่เขาไม่อาจเข้าใจ ความหมาย...
“ไปกันเถอะ ลุงของเธอรออยู่ที่สนามบินแล้ว”
สิ้นคำพูดของอาจารย์ชอน จียงก็หันไปโค้งลาทุกๆ คนที่อยู่ในห้องโถง ตลอดจนลุงยามที่มายืนแอบมองอยู่ข้างประตู...
แล้วสุดท้าย...
ร่างบางก็หยุดมองอยู่ที่เขาก่อนจะพูดออกมาสั้นๆ..........
“ฉันไปนะ...”
“..........”
ไม่มีคำพูดใดๆ เกิดขึ้นอีกระหว่างพวกเขา .... มีเพียงแค่พูดสั้นๆ ที่ดูเหมือนจะไร้เยื่อใย... แต่เขาเองก็ไม่สามารถพูดอะไรมากไปกว่าการพยักหน้ารับ...เพราะการเห็นคนที่ เรารักเดินจากไปตรงหน้า... โดยไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อไหร่นั้น มันก็เป็นเรื่องที่ทำให้เขารู้สึกทรมานในหัวใจอยู่ไม่น้อย...
มันไม่มีคำหวานๆ ส่งท้าย...
ไม่มีจูบลากลางสนามบิน เหมือนในละครทีวี...
และแผ่นหลังเล็กๆ ก็ค่อยๆ จางหายลงจนลับสายตา จนกระทั่งเสียงรถยนต์ดังขึ้น และเงียบลงไปท่ามกลางบรรยากาศที่หงอยเหงา...
ในเวลานี้ ชเวซึงฮยอนทำได้แค่ยืนมองส่ง แล้วก็รอต่อไป ตามที่ได้สัญญาเอาไว้.......
ก็เท่านั้น.....
ความวุ่นวายภายในหอพักก็เกิดขึ้นอยู่พักใหญ่หลังจากการจากลาของจียงเมื่อครู่...
ผู้คนมากมาย ล้วนแต่เข้ามาให้กำลังใจ จนเขาไม่เป็นอันจะทำอะไรสักอย่าง... แม้แต่ภริยาลุงช้อยก็ยังทำมื้อเที่ยงมาเลี้ยงเขาด้วยความสงสาร ซึ่งกว่าที่เขาจะหนีกลับขึ้นมาบนห้องได้ ก็เล่นเอาเหนื่อยใจอยู่ไม่น้อย…
แต่ถึงอย่างนั้น พี่เท็ดดี้ พี่เบ็คกี้กับพวกไอ้ยองเบก็ยังตามมาหลอกหลอนที่ห้องของเขา แถมยังมานั่งๆ นอนๆ อยู่ข้างตัวเขาไม่ห่าง และแม้ว่าจะรู้สึกรำคาญอยู่นิดๆ แต่อย่างน้อยเขาก็นึกขอบใจที่คนเหล่านี้ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกหดหู่มากจนเกิน ไปนัก…
“ไอ้ท๊อป....ลุงจียงให้อะไรมึงมาวะ เปิดดูเร็วๆ ดิ”
อยู่ๆ ทงยองเบก็พูดขึ้นมา ในขณะที่เขากำลังนั่งกินข้าวอยู่ในห้อง...
“เออ นั่นดิ...แกะเลยเหอะ พวกกูอยากรู้”
ซองเบคยองตะโกนขึ้นบ้าง พร้อมกับกระโดดขึ้นมานั่งบนเตียงของเขาอย่างถือวิสาสะ แต่นั่งอยู่ได้ไม่นาน ปาร์คเท็ดดี้ก็เดินมาหิ้วรุ่นพี่ตัวเล็กออกไป แล้วเดินมานั่งบนเตียงของเขาแทนที่
“อย่าช้าดิวะ ไอ้ท๊อป พวกกูต้องรีบกลับมหาลัยนะเว้ย!”
ปาร์คเท็ดดี้ รบเร้าซ้ำอีกคนหนึ่ง จนในที่สุด ชเวซึงอยอนก็ยอมวางช้อนลง แล้วหันไปหยิบกล่องกระดาษใบเล็กๆ ที่วางอยู่ข้างเตียงขึ้นมา
“เออๆ....รู้แล้ว เปิดดูก็ได้...”
ร่างสูงพยายามจะพิจารณากล่องกระดาษที่เขาได้รับ...
มันเป็นเพียงกล่องกระดาษที่มีขนาดเล็กกว่าฝ่ามือ จนสามารถสอดเข้ากระเป๋าเสื้อได้ง่ายๆ แล้วก็ไม่ได้มีลวดลายอะไรมากนัก...
อันที่จริง...
ตอนแรก เขาตั้งใจว่าจะเปิดดูตอนที่อยู่คนเดียว... แต่ถ้ามีคนมารบเร้ามากถึงขนาดนี้ เขาก็คงจะปฏิเสธออกไปไม่ได้
“เฮ้ย ตื่นเต้นว่ะพี่”
อีซึงริ พูดขึ้น พลางเดินเข้ามาเกาะขาเพื่อมองดูเขาแกะกล่องนั้นอย่างลุ้นระทึก และในไม่ช้า กล่องกระดาษสีขาวก็ถูกเปิดออก พร้อมกับของบางอย่างที่อยู่ในนั้น...
กล่องบุหรี่...
กับจดหมาย.....
“เห...บุหรี่เหรอวะ...ลุงของจียงเขาให้บุหรี่มึงทำไมวะไอท๊อป”
ปาร์คเท็ดดี้ถามออกมา แต่พอเขาเห็นกระดาษจดหมายที่แนบมาด้วย รุ่นพี่จอมจุ้น ก็รีบดึงมันมาเปิดดูอย่างถือวิสาสะ...
“เฮ้ย ไอ้เท็ดดี้ มึงทำแบบนี้มันเสียมารยาทนะเว้ย...” ซองเบคยองหันไปด่าเพื่อนตัวสูง ก่อนจะดึงกระดาษจดหมายนั้นคืนมา “เอามานี่ เดี๋ยวกูอ่านเองดีกว่า”
พูดจบ รุ่นพี่ตัวเล็กก็คลี่กระดาษนั้นออกมา ท่ามกลางสายตาของทุกคนที่มองดูอย่างตื่นเต้น ในขณะที่ชเวซึงอยอนก็ยังคงนั่งอึ้งกับซองบุหรี่ปริศนาจากผ.อ.นั้นไม่สร่าง
“ 'to พี่ท๊อป....' เฮ้ย ผ.อ.เรียกมึงว่าพี่ท๊อปเลยเหรอวะ...นี่มึงเล่นของสูงเลยนะเนี่ย” ซองเบคยองเอ่ยขึ้น และเขาก็โดนเท็ดดี้ตบหัวเข้าอีกครั้ง
“พ่อมึงสิ ไอ้เบ็ค กูว่าจียงนั่นแหละเป็นคนเขียนจดหมาย” เท็ดดี้พยายามจะอธิบายข้อสันนิษฐาน แต่นั่นก็ยังทำให้ชเวซึงฮยอนสงสัย
“แล้วทำไมอาจารย์ชอนเขาถึงบอกว่าอดีตผ.อ.ฝากมาอะพี่...” ร ชเวซึงอยอนหันกลับไปถาม แต่ยังไม่ทันที่ปาร์คเท็ดดี้จะตอบอะไร สายตาเฉียบคมของรุ่นพี่จอมสอด...ส่อง ก็เหลือบไปเห็นตัวอักษรเล็กๆ ที่อีกด้านหนึ่งของกระดาษจดหมายที่เบคยองถืออยู่...
“ถึง ชเวซึงฮยอน...จียงเขียนจดหมายฉบับนี้เอาไว้ ตอนที่เขามาเก็บของที่บ้านฉันเมื่อวานนี้ แต่ดูเหมือนเขาจะไม่กล้าส่งให้นาย ฉันเลยฝากชอนมาให้...หวังว่านายจะเก็บมันไว้ดีๆ...." ปาร์คเท็ดดี้อ่านออกเสียง ก่อนจะเอ่ยแซวขึ้นเล็กๆ “ โห...แม่งลงชื่อซะอย่างกะหนังสือราชการ แถมยังแนบที่อยู่ เบอร์โทศัพท์ และอีเมลล์ไว้ให้อีกต่างหากว่ะ ลุงแม่งเจ๋งเป้ง!”
และเมื่อชเวซึงฮยอนได้ยินสิ่งที่เท็ดดี้อ่านให้ฟังเมื่อครู่ ร่างสูงก็เอื้อมไปคว้ากระดาษจดหมายคืนมาแล้วรีบอ่านมันอย่างรวดเร็ว...
ซึ่งในช่วงต้นของจดหมาย มันก็มีข้อความที่เขียนเอาไว้...
‘อันที่จริง...มันค่อนข้างน่าอายที่จะพูดขึ้นต่อหน้า เหมือนอย่างที่พี่เคยทำ... แต่ฉันก็อยากจะให้พี่ได้รู้...ว่าฉันเอง ก็มีเหตุผลอยู่ห้าข้อ ที่อยากให้พี่รอฉันกลับมาเหมือนกัน...’
สิ้นย่อหน้าแรก ชเวซึงฮยอนที่อ่านมันอยู่ในใจ ก็ค่อยๆ เผยรอยยิ้มออกมาจนคนอื่นๆ พากันบังคับให้เขาเปลี่ยนมาอ่านออกเสียง...
แม้จะไม่ค่อยเต็มใจ แต่สุดท้ายเขาก็ยอมทำตามอย่างว่าง่าย...
‘ข้อแรก... ฉันจะเลิกสูบบุหรี่...เพราะว่าพี่ไม่ชอบบุหรี่...’
ชเวซึงฮยอนอ่านมันออกมาด้วยความดีใจ หากแต่ปาร์คเท็ดดี้ที่นั่งฟังอยู่ก็พูดขึ้นขัดจังหวะ
“โหย น้องเขาสูบบุหรี่ แต่ทำไมปากแม่งยังชมพู๊ชมพูอยู่เลยวะ!....”
“อย่าเพิ่งขัดดิพี่” ชเวซึงฮยอนหันไปดุใส่รุ่นพี่เล็กน้อยก่อนจะกลับมาอ่านต่ออย่างตั้งใจ...
‘ข้อสอง... ฉันไม่ชอบกินข้าวคนเดียว ฉันอยากให้พี่เลี้ยงข้าวอีกนะ’
พออ่านเหตุผลข้อนี้ ชเวซึงฮยอนก็ยิ้มออกมาจนกว้าง เขารู้สึกใจเต้นรัวขึ้นเรื่อยๆ เมื่ออ่านเหตุผลในแต่ละข้อ...เช่นเดียวกับคนอื่นๆ ที่ฟังไป ตื่นเต้นไปไม่แพ้กัน...
‘ข้อสาม...พี่เคยบอกว่า พี่ไม่สน ว่าจะอยู่ในสถานะอะไรสำหรับฉันก็ตาม...ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นรูมเมท หรือยามเฝ้าเตียง...
…แต่รู้มั้ย...ที่จริงแล้ว...พี่เป็น ‘ความสุข’ ของฉันต่างหาก...’
พออ่านจนถึงข้อนี้ ชเวซึงฮยอนก็กำกระดาษเอาไว้จนแน่นด้วยความตื้นตันใจ...
เขาไม่เคยคิดมาก่อน ว่าจียงจะคิดกับเขาแบบนี้...
ตั้งแต่ตอนที่เขาพากลับมา จียงก็ดูจะยิ้มง่ายขึ้นเยอะ...และไม่ว่าเขาจะพูดอะไรออกไป...เจ้าตัวเล็กก็ เอาแต่ยิ้มหรือไม่ก็หัวเราะ เสียจนบางครั้งเขาก็คิดว่าจียงอาจจะมองเห็นเขาเป็นแค่ตัวตลกเท่านั้น...
แต่ตอนนี้เขารู้แล้วล่ะ...
ว่าเขาคิดผิดไปมากแค่ไหน...
ชเวซึงฮยอนหยิบกระดาษขึ้นมาอ่านต่ออีกครั้ง ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว ท่ามกลางกลุ่มสนับสนุนที่แทบจะยกป้ายเชียร์กันอยู่ตรงหน้า...
และเหตุผลข้อถัดมา ก็ถูกอ่านออกเสียงขึ้นในไม่ช้า...
‘ข้อสี่... ฉันบอกกับลุงไว้ ว่าฉันจะกลับมาเข้ามหาวิทยาลัยที่โซล เพราะงั้น หวังว่าเราคงจะได้เป็นรูมเมทกันอีกครั้งนะ’
พอชเวซึงฮยอนอ่านข้อนี้จบ จู่ๆ ทงยองเบก็ร้องตะโกนออกมาอย่างดีใจ เช่นเดียวกับชเวซึงฮยอนเองที่เริ่มรู้สึกโล่งอกไปเช่นกัน...
ในเวลานี้ เขาคงไม่มีอะไรที่เขาต้องกังวลอีกแล้วล่ะ
ไม่ต้องห่วงอีกแล้วว่าจียงอาจจะไม่กลับมา...
เพราะเหตุผลทั้งห้าข้อ มันกำลังบอกย้ำให้เขาได้มั่นใจ ว่าเขาเองก็มีความหมายสำหรับจียงไม่น้อยไปกว่ากัน....
และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเหตุผลในข้อสุดท้าย...
‘ที่จริงแล้ว ฉันไม่รู้จะพูดออกมายังไง...แต่ฉันก็อยากให้พี่รู้...’
คราวนี้ชเวซึงฮยอน อ่านมันด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ราวกับคนจะร้องไห้จนซองเบคยองที่นั่งฟังอยู่ก็ทนไม่ไหว เลยดึงมันไปอ่านด้วยตัวเอง และออกเสียงออกมาดังลั่น...
“ฉันอยากให้พี่รู้...”
“............”
“ว่าฉันเอง.....ก็รัก ความสุข ของฉันเหมือนกัน”
“..............”
สิ้นเสียงของซองเบคยอง ความเงียบก็บังเกิดขึ้นภายในห้อง พร้อมๆ กับทุกสายตาที่มองตรงไปยังชเวซึงฮยอนอย่างอิจฉา...
และไม่นานนัก ปาร์คเท็ดดี้ก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบนั้นลงไป...
“นั่งบื้ออยู่ทำไมวะไอ้ท๊อป...มึงรีบตามเค้าไปสนามบินดิวะ...” ปาร์คเท็ดดี้ลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะออกแรงผลักให้รุ่นน้องที่นั่งตัวแข็งเป็น หินรีบลุกขึ้นตามเขาโดยเร็ว
“เออ นั่นดิ น้องเค้าไปบ่ายโมงไม่ใช่เหรอวะ มึงตามไปตอนนี้ยังทันนะเว้ย” ทงยองเบสนับสนุนขึ้นอีกคน แต่ถึงอย่างนั้น ชเวซึงฮยอนก็ยังลังเลใจ
“แต่จียงห้ามไม่ให้กูไปส่งที่สนามบินนี่หว่า...” ร่างสูงหันไปตอบ พอได้ยินแบบนั้น ซองเบคยองก็ปีนเตียงขึ้นไปตบหัวรุ่นน้องเข้าทีหนึ่งอย่างเหลืออด
“ถ้าเค้าห้ามไม่ให้มึงปล้ำ มึงจะไปทำหมันด้วยเลยมั้ยไอ้โง่!”
ซองเบคยองด่าออกมาเสียงด้ง จนชเวซึงฮยอนต้องพยายามทำความเข้าใจกับด่านั้นอยู่พักใหญ่...จวบจนกระทั่งซึง ริที่นั่งเชียร์เงียบๆ มานานเริ่มจะทนไม่ไหว
“พี่ไปตามจียงเหอะ เชื่อผม...อย่างน้อยก็ขอให้ได้จูบลาสักทีก็ยังดี ให้เขารู้ว่าพี่อ่านจดหมายนี้ไปแล้ว และให้รู้ว่าพี่รักเค้าแค่ไหนอ่ะ”
พอได้ยินรุ่นน้องใต้ตาดำพูดขึ้นอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบ ศตวรรษ ในที่สุด ชเวซึงฮยอนก็ตัดสินใจที่จะตามจียงไปยังสนามบินอย่างเร่งด่วน
“ก็ได้...ฉันจะไป...” ร่างสูงกำหมัดเฉียง 45 องศาขึ้นอย่างมุ่งมั่น แล้วในทันใดนั้น ปาร์คเท็ดดี้ก็จัดการเอากุญแจรถมายัดใส่มือเขา..
“เอานี่ไป มอไซด์ไอ้เบ็ค กูให้มึงยืม”
“ขอบคุณนะพี่!”
ชเวซึงฮยอนรับมันมาถือเอาไว้ในมือ ก่อนจะหันไปโค้งขอบคุณพี่ๆ ทั้งสอง และแท็กมือกับพวกเพื่อนที่สนับสนุนเขามาโดยตลอด
ตอนนี้เป็นเวลาสิบเอ็ดโมงสิบห้านาที...
ร่างสูงรีบวิ่งลงบันไดสี่ชั้นไปอย่างรวดเร็วโดยไม่รู้สึกถึงความเหนื่อย หอบเลยแม้แต่น้อย และแม้ว่าจะมีใครเอ่ยถามเขาตลอดทางว่าเขากำลังจะวิ่งไปไหน แต่ชเวซึงฮยอนก็ไม่มีเวลาแม้แต่จะหันไปตอบ...
เพราะตอนนี้ ...เขาต้องรีบไปให้ถึงสนามบินให้ได้เร็วที่สุด...แม้ว่ามันค่อนข้างจะไกล แต่เขาก็เชื่อมั่นในพลังใจ และรถมอเตอร์ไซด์ของเฮียเบ๊ค ว่ามันจะสามารถพาตัวเขาไปยังสนามบินได้ทันเวลาแน่ๆ....
และในไม่ช้า...มอเตอร์ฮาเลต์ เดวิสันที่จอดอยู่ข้างป้อมของลุงยามก็ถูกสตาร์ท... และขับออกไปด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่เขาจะทำได้...
บนถนนในตอนนี้มีรถเยอะเหมือนอย่างเคย... ยิ่งในเวลาเที่ยงๆ แบบนี้แล้ว คนยิ่งออกมาหามื้อกลางวันกินกันจนทำให้รถติดอยู่นาน....ชเวซึงฮยอนมองนาฬิกา ข้อมือของตัวเอง ก่อนจะพยายามหาทางลัดที่ไวที่สุดที่จะสามารถตรงไปยังสนามบินได้...
แล้วในที่สุด เขาก็มองเห็นซอยลับที่สามารถทะลุออกไปยังถนนอีกเส้นได้ในเวลาอันสั้น...
อันที่จริง มันก็เป็นข้อดีอย่างนึงของคนที่เคยชอบเที่ยวเตร่อย่างเขา ที่จะสามารถรู้จักเส้นทางแปลกๆ ในกรุงโซลได้เป็นอย่างดี...ซึ่งในที่สุด เจ้าเส้นทางที่ว่านี้ ก็พาเขามาสู่ถนนที่จะพาเขาไปสู่สนามบินกิมโปได้ในเวลาไม่นานนัก...
เวลา 12 .10 น.
ชเวซึงฮยอนก้าวลงจากฮาเลต์เดวิดสัน ของเบคยอง ก่อนจะรีบออกตัววิ่งเข้าไปในอาคารผู้โดยสาร และพยายามจะมองหาเด็กหนุ่มเดฟแดงผมทองที่มากับคุณลุงมาดขรึม
เขาหยิบรูปถ่ายของจียงรูปเดิมที่พกเอาไว้ในกระเป๋าสตางค์แล้วเอาไปถามกับเจ้าหน้าที่ของสนามบินหลายต่อหลายคน...
แต่สุดท้ายเขาก็ยังไม่ได้คำตอบ...
เวลา 12.25 น....
ชวซึงฮยอน ถอนหายใจออกมา...เขาคิดว่า บางที...ตอนนี้จียงอาจจะอาจจะเดินเข้าเกทไปแล้วก็ได้... และถ้าเป็นอย่างจริงๆ ... เขาก็คงหมดหวังที่จะได้จูบลาหวานๆ กลางสนามบินเหมือนอย่างที่หวังเอาไว้เป็นแน่...
ซึงอันที่จริงแล้ว...
การ ที่เขาอุตส่าห์ดั้นด้นมาจนถึงนี่ ก็ไม่ใช่อะไรหรอก...
มันก็แค่...
เขารู้สึกอยากทำอะไรสักอย่างให้จียงได้มั่นใจว่าเขาจะรออยู่ไม่จากไป ไหน...เหมือนอย่างทีจียงอุตส่าห์เขียนจดหมายนั้นเอาไว้ เพื่อทำให้เขามั่นใจว่าจียงจะกลับมาอย่างแน่นอน...
และที่สำคัญ...
เขาก็อยากจะให้ฉากจบมันดูโรแมนติกเหมือนอย่างในละครทีวีบ้างอะไรบ้าง...
ก็เท่านั้น...
และในขณะที่เขากำลังเดินท้อใจออกมาจากหน้าเคาเตอร์
จู่ๆ เสียงแหลมขึ้นจมูกของชายชราคนหนึ่ง ก็ดังขึ้นจากหน้าจุดตรวจพาสปอร์ต
“ชเวซึงฮยอน...นั่นนายใช่มั้ย?”
ชเวซึงฮยอนรีบหันไปมองต้นเสียงในทันที แล้วเขาก็ได้พบกับชายชราในชุดเสื้อโค้ทสีกากีกำลังยืนอยู่ข้างเด็กหนุ่มผมทองเดฟแดงที่เขากำลังตามหา
ชเวซึงฮยอนตะโกนกลับไปจนเสียงดังลั่น
“จียงงงง!”
ร่างสูงร้องลั่น พลางวิ่งไปที่จุดตรวจพาสปอร์ตอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้...
ในเวลานี้ เสียงประกาศเรียกผู้โดยสารขึ้นเครื่องก็ดังขึ้นเรื่อยๆ จนชเวซึงฮยอนรู้ตัวดีว่าคงจะเหลือเวลาอีกไม่มาก...
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังอยากจะบอกลา...
“พี่...ท๊อป”
ดวงตาเรียวมองมาที่เขาด้วยอาการเก้ๆกังๆ สลับกับการหันไปมองที่ลุงของเขาซึ่งยืนนิ่งอยู่ข้างๆ ...
“เอ่อ...สวัสดีครับ....”
เขาโค้งให้กับลุงของจียงที่กำลังมองมายังเขาด้วยใบหน้าที่ยากจะตีความหมาย แต่ถึงจะยิ้มออกมา ในใจของเขาก็ยังแอบหวาดหวั่นอยู่ไม่น้อย
“อืม...นายมาส่งจียงงั้นรึ” อดีตผู้อำนวยการถามขึ้นเรียบๆ เขาจึงพยักหน้าตอบ...
“เอ่อ...ครับ...ผมขอคุยกับจียงแป๊บนึงได้มั้ยครับ”
เขาเอ่ยขอออกไปอย่างตะกุกตะกัก... แต่อดีตผ.อ.กลับส่ายหน้า...
“ฉันเข้าใจนายนะ...แต่เราจำเป็นต้องรีบเข้าไปข้างในแล้ว เราสายมากแล้ว...”
สิ้นคำพูดของอดีตผ.อ. ... ชเวซึงฮยอนก็พยายามคิดหาทางออก ว่าเขาควรจะทำยังไง เพื่อที่จะได้จูบลาจียงได้สำเร็จดั่งที่หวังไว้ โดยที่ผู้อำนวยการไม่เห็น และจียงก็ไปขึ้นเครื่องได้ทันเวลา...
และแม้ว่าปกติสมองของเขามันจะช้า... แต่ในเวลานี้ เขาก็สามารถคิดหาทางออกได้อย่างรวดเร็ว...
“เฮ้ย!!...ผ.อ.ครับ...นั่น!...ปิกาจูบนเพดาน!!!”
ชเวซึงฮยอนทำน้ำเสียงตกอกตกใจอย่างที่สุด พร้อมกับชี้นิ้วไปยังเพดานอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งท่าทางโอเวอร์ของเขาก็ทำให้ผู้อำนวยการหลงเชื่อและหันไปมองในทันที...
พรึ่บ!
ในวินาทีนั้น!...
ชเวซึงฮยอนก็รีบใช้เวลาอันน้อยนิด ดึงใบหน้าของจียงเข้ามาใกล้ แล้วประกบปากลงไปอย่างเร่งรีบ
อย่างน้อย...ก็พอให้ได้กลิ่นความหอมหวานที่เขาอยากจะจดจำเอาไว้ก่อนจากลาอีกครั้ง...
ซึ่งในไม่ช้า...
เขาก็รีบผละตัวออกมา แล้วทำปากขมุบขมิบเป็นคำว่า ‘รักนะ’ ให้จียงได้เห็นอีกทีหนึ่งเป็นการส่งท้าย...
“หืม...ปิกาจูอะไรของนาย”
ในที่สุด ผู้อำนวยการก็หันกลับมา พอดีกับที่ชเวซึงฮยอนกลับมายืนในท่าปกติอีกครั้ง พร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฏเรื่อๆ อยู่บนใบหน้าของเจ้าตัวเล็กซึ่งพยายามจะกลั้นหัวเราะเอาไว้โดยไม่พูดอะไรออกมา...
“เอ่อ...เปล่าครับ ผมคงตาฝาดไปเอง” ชเวซึงฮยอนตอบออกไป พลางแอบหันไปยักคิ้วให้คนตัวเล็กที่ยืนมองเขาอยู่ใกล้ๆ
“อืม...พวกฉันต้องไปแล้ว...ขอบใจนะที่มาส่ง”
สุดท้าย ผู้อำนวยการก็พูดขึ้นอีก ก่อนจะดันตัวจียงให้เดินกลับไปยังจุดตรวจพาสปอร์ตเช่นเดิม เขาจึงหันไปโค้งให้อดีตผู้อำนวยการอีกครั้งเป็นการบอกลา...
“เดินทางปลอดภัยนะครับ................คุณลุง”
สิ้นคำพูดของเขา...อดีตผ.อ.ซึ่งได้ยินสรรพนามคำใหม่ที่เขาเรียกออกไปก็มีท่าทีตกใจเล็กน้อย แต่ท่านก็ยังพยายามจะสงบท่าทีเอาไว้ก่อนจะพาจียงเดินไปข้างหน้า
และดูเหมือน ก่อนจากไป...
คุณลุงยางกูนจะแอบปล่อยระเบิดลูกสุดท้ายเอาไว้ลูกใหญ่ ด้วยการหันไปพูดกับจียง...ต่อหน้าเขา...
“คราวหน้าคราวหลัง ก็อย่าทำอะไรประเจิดประเจ้อนักนะ...มันไม่ดี”
".........." !!!!
สิ้นคำพูดนั้น... ทั้งเขาและจียง ต่างก็หลุดยิ้มออกมาพร้อมกัน โดยไม่ได้นัดหมาย และร่างบางก็แอบหันหลังมายิ้มหวานๆ ให้เขาอีกครั้ง ก่อนจะเดินเข้าเกทไปในไม่ช้า...
13.00 น.
เวลานี้...เครื่องบินก็คงจะออกไปแล้ว อีกไม่กี่ชั่วโมงสุดที่รักของเขาก็คงจะไปถึงญี่ปุ่น...
ซึ่งแม้ว่าวันนี้.....จียงจะเดินจากไปโดยไม่ได้พูดอะไรกับเขาสักคำ
แต่เพียงแค่รอยยิ้มนั้น...
กับสายตาแบบนั้น....
มันก็เจ๋งกว่าละครทุกเรื่องที่เขาเคยดูมาแล้วล่ะ...
อืม....
แล้วทำไมคนแม่งมองเขากันทั้งสนามบินเลยวะ!
ไม่เคยเห็นคนหน้าตาดีมีแฟนน่ารักกันรึไง....SHIT! ! !
END!!!!
จบแล้ว....
ในที่สุดเรื่องนี้ก็จบแล้ว....
ไหนๆ มันก็คือตอนจบ ... มาคอมเมนต์บอกลา 407 กันเถอะค่ะ *ทำตาปิ๊งๆ*
เราอยากรู้ว่าอ่านแล้วเป็นยังไงกันบ้าง เวลาเขียนมันก็อยากจะรู้ฟีดแบ๊คอ่ะค่ะ ยิ่งตอนท้ายๆ คอมเมนต์น้อยลงหลายเท่าตัวแบบนี้ มันก็มีโศกบ้างอะไรบ้าง
เรื่องนี้เป็นเรื่องยาวเรื่องแรกที่เขียนจบ และจะเป็นเรื่องยาวเรื่องสุดท้ายที่จะเขียน... บอกตรงๆ เราก็อยากจะได้คอมเมนต์เยอะๆ เอาไว้เก็บไว้ดูเวลาคิดถึง ว่าครั้งหนึ่ง เราก็เคยเขียนฟิคยาวจบเหมือนกันอ่ะ หุหุ
สุดท้ายนี้ ขอบคุณมากนะคะ ที่อ่านมาจนถึงตอนนี้ ... มีความสุขจริงๆ ที่เขียนเรื่องนี้ออกมา
ขอบคุณมากจริงๆ T_T
ปล. ตอนพิเศษ NC special เจอกันในเล่มก่อนนะคะ แล้วสิงหาจะมาปล่อยลงบล๊อก
ปล.2 รวมเล่ม 407 หมดเขตโอน 30 มิถุนานี้นะคะ ใครไม่สะดวกโอนในเวลา กรุณาเมลล์มาด้วยนะคะ เพราะเราจะเอายอดพิมพ์ตามยอดที่โอนมา ไม่มีการพิมพ์เผื่อนะคะ
ปล.3 ใครที่โอนมาแล้วอย่าลืมแจ้งโอนน้า...
ปล.4 รักคุณณณณณณณที่เข้ามาอ่าน
ปล.5 รักน้องแด และบ๊กแบงมากๆๆๆๆๆๆๆๆ เข้มแข็งเข้าไว้ ฟ้าหลังฝนสดใสกว่าเสมอ!!!!
GoodBYE!!!

edit @ 26 Jun 2011 09:57:04 by Xtravaganzy(horrorpig)
edit @ 26 Jun 2011 20:55:16 by Xtravaganzy(horrorpig)
[LF] series 407 : part 12
posted on 14 Jun 2011 21:56 by xtravaganzy 
12
ชเวซึงฮยอนกำลังนอนเหยียดกายอยู่บนเตียงนอน....
มือหนาลูบไล้ไปบนสะโพกมน ขณะเดียวกัน ริมฝีปากของเขาก็กำลังจาบจ้วงอยู่บนเรือนกายขาวผ่องที่คร่อมทับอยู่บนร่างของเขาอย่างไม่อาจถอนตัว...
ในเวลานี้...ความรู้สึกและอารมณ์ต่างๆ มันกำลังพลุ่งพล่านอยู่ภายในร่างกาย และนั่นก็ทำให้เขารู้สึกลุ่มร้อนราวกับถูกไฟเผา... จนไม่อาจจะยับยั้งกลไกทางสรีระวิทยาบางอย่างที่กำลังแสดงออกมาอย่างเปิดเผยไปได้...
“ไอ้ลามก!”
เสียงแหลมๆ ที่คุ้นเคยดังขึ้นอยู่ใกล้ๆ...
ชเวซึงฮยอนลืมตาขึ้นมาดู พลางยกหลังมือมาขยี้เปลือกตาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพบว่ารูมเมทที่รักของเขากำลังยืนกอดอกมองดูเขากับไอ้น้องชายที่ลุกขึ้นมาทักทายตั้งแต่เช้าตรู่...
ให้ตายสิ!
นี่เขาฝันไปเหรอเนี่ย...แถมไอ้มินิท๊อปที่หลับมานานก็เสือกตื่นมายืนจ้องหน้าจียงซะขนาดนั้นอีก....
“อะ...อรุณสวัสดิ์” เขาเอ่ยทักออกไปด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก พลางใช้มือดึงผ้าห่มมาคลุมส่วนล่างของร่างกายเอาไว้อย่างเคอะเขิน
“ฝันลามกอะไรแต่เช้า”
จียงทำหน้าดุใส่เขา และนั่นก็ทำให้เขาต้องรีบลุกขึ้นมานั่งบนเตียงก่อนจะตอบไปด้วยน้ำเสียงเศร้าสลด...เมื่อนึกถึงความฝัน ที่ยังไม่จบเมื่อครู่...
“ฉัน.......”
“........”
“ฉันฝันว่า...โดนข่มขืน” พอพูดจบ มือหนาก็รีบดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดหน้าอกเอาไว้พลางก้มหน้างุด ...
“ข่มขืน? ใครเค้าจะไปข่มขืนพี่กันฮะ?” จียงขมวดคิ้วอย่างน่ารัก...และพอนึกถึงความฝันเมื่อคืนขึ้นมาอีกครั้ง มันก็ทำให้เขาเขินอายอย่างบอกไม่ถูก...
“อุลตร้าแมน...............ฉันโดนอุลตร้าแมนข่มขืน”
ว่าแล้วชเวซึงฮยอนก็แกล้งใช้ฟันคมกัดขอบผ้าห่มด้วยท่าทางราวกับเด็กสาวผู้อาภัพ พอจียงเห็นท่าทางแบบนั้น ก็ถอนหายใจออกมาอย่างปลงๆ ก่อนจะเดินหันหลังหนีเพื่อเตรียมจะออกจากห้อง
หากแต่ร่างสูงก็รีบร้องห้ามเอาไว้เสียก่อน...
“เฮ้ย! จะไปไหนอ่ะ!” ชเวซึงฮยอนรีบลุกขึ้นจากเตียงในทันทีที่เห็นว่าจียงกำลังจะเดินหนี...แม้ว่าอะไรบางอย่างของเขามันจะยังไม่ยอมสงบลงไปก็ตาม
“ฉันจะไปเรียนแล้ว ฉันหิว จะไปกินข้าว!” ร่างบางพูดขึ้นพลางเหล่ตามามองเบื้องล่างของเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหลบตาหนีไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ชเวซึงฮยอนก็รีบเอามือไปปิดส่วนนั้นเอาไว้
“งั้นรอแป๊บดิ...เดี๋ยวฉันไปด้วย”
พอเห็นว่าจียงหยุดยืนรอเข้าอยู่ ร่างสูงก็รีบถอดเสื้อแล้วหยิบผ้าเช็ดตัวเพื่อเดินเข้าไปในห้องน้ำ แต่ก่อนที่เขาจะปิดประตูลง ใบหน้าใสที่ยืนมองเขาอยู่ที่หน้าประตูในตอนนี้ ก็ขึ้นสีแดงระเรื่อขึ้นมาจนเขาต้องหยุดชะงัก...
“เฮ้ย! นายแก้มแดงอ่ะ!” ชเวซึงฮยอนเอ่ยทักขึ้น
ไม่บ่อยนักที่เขาจะเห็นจียงแก้มแดงเป็นสีเข้มๆ จนถึงขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่เวลาเมา...
และยิ่งแก้มของจียงแดงมากขึ้นเท่าไหร่ อวัยวะช่วงกลางลำตัวของเขามันก็เริ่มจะตอบสนองมากขึ้นไปด้วยทุกขณะ!
ชักจะแย่แล้วแฮะ...!!
ก็ตั้งแต่ฝันเมื่อคืนนี้...
ตั้งแต่ที่อุลตร้าแมนปีนมาบนเตียงของเขา...มากระโดดทับตัวแล้วลูบไล้ร่างกายเขาไปมาอย่างยั่วยวน
น้ำเสียงหวานใสที่ครางเครืออยู่ข้างใบหู กับใบหน้าขาวผ่องเจือสีแดงเข้มที่เขาเห็นในฝัน มันดันเหมือนกับแก้มของจียงในตอนนี้ไม่มีผิด...
พอยิ่งเห็น ... มันก็ยิ่งทำให้เขาคิดถึงฝันเมื่อคืน
และยิ่งเขาคิดถึงฝันเมื่อคืน ... น้องชายของเขามันก็ยิ่งตื่นจนเต็มที่
“รีบๆ เข้าไปอาบน้ำเลยนะ ไอ้ลามก”
จียงพูดขึ้นพร้อมกับเดินเข้ามาผลักตัวเขาเข้าไปในห้องน้ำ
“นายเมารึไง กินเหล้ามาเหรอ” มือหนาเอื้อมไปจับข้อมือบางที่ดันตัวเขาเอาไว้ พร้อมกับเอ่ยถามขึ้น หากแต่จียงก็ทำหน้าดุกลับมา
“จะบ้าเหรอ ใครมันจะกินเหล้าตอนเช้าตรู่แบบนี้กันล่ะ”
“แล้วนายหน้าแดงทำไม?”
“................”พอได้ยินคำถาม จียงก็หน้านิ่งไปอีกครั้ง ก่อนจะสะบัดมือเขาออก แล้วพยายามจะเดินหนี!
หากแต่ชเวซึงฮยอนก็รีบคว้าข้อมือนั้นกลับมาก่อน...
“นายเขินฉัน?”
“เปล่า”
“ไม่! นายเขินฉัน เพราะนายเห็นฉันถอดเสื้อ....ฉันรูปร่างดีใช่มั้ย?” เขาลองแกล้งถามดูแบบหยั่งเชิง แต่จียงกลับเปลี่ยนมาทำหน้าดุใส่เขาอีกครั้งหนึ่ง...
“เลิกหลงตัวเองซะทีเหอะ! รีบๆ เข้าไปอาบน้ำ แล้วก็จัดการกับไอ้แท่งโด่เด่ของพี่เดี๋ยวนี้” พูดจบ เจ้าตัวเล็กก็เปลี่ยนมาจับข้อมือเขาแทน แล้วลากตัวเขาโยนเข้าไปในห้องน้ำ พร้อมกับปิดประตูลงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะตะโกนขึ้นมาอีกครั้ง “ถ้าไม่รีบ ฉันจะไม่รอ เข้าใจมั้ย?”
สิ้นเสียงของจียง ชเวซึงฮยอนก็ได้แต่ยืนยิ้มกริ่มอยู่ในห้องน้ำอย่างสุขใจ...
ก็จะไม่ให้ยิ้มได้ไงล่ะ ตั้งแต่เขาพาจียงกลับมาเมื่อวาน พวกเขาสองคนก็แทบจะไม่เคยห่างจากกันเลย
และแม้ว่าจียงจะไม่ได้พูดจาหวานๆ กับเขาสักประโยค แต่อย่างน้อย เขาก็คิดว่า คนตัวเล็กคงจะไม่ได้รังเกียจเขาสักเท่าไหร่...พอบอกให้รอก็รอ ... บอกว่าอย่าไปไหน ก็ไม่ไป
แล้วอยู่ด้วยกันแบบนี้...
ตื่นเช้ามาเจอหน้ากัน...
ผลักกันเข้าห้องน้ำ แล้วบ่นออดแอดแบบนี้...
แม่ง…
อย่างกะผัวเมียที่คบกันมาสิบปีเลยอ่ะ!!!!
“อา....จียง.....อื้ม...ต่ำอีกนิดนะ...อืมมม....”
ชเวซึงฮยอนแกล้งส่งเสียงดังออกมาจากห้องน้ำ ซึ่งนั่นก็เพราะจียงบอกให้เขาจัดการกับไอ้แท่งโดเด่ที่ว่า ... แม้ว่าอันที่จริงแล้วเขาจะไม่ได้ทำอะไรแบบนั้น แต่เขาก็อยากจะแกล้งส่งเสียงออกไปให้คนข้างนอกเขินเล่นซะหน่อย
“ไอ้พี่ลามก หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
เสียงร้องดังออกมาจากหน้าประตู ทำให้ชเวซึงฮยอนยิ้มกริ่มออกมาง่ายๆ ... ร่างสูงยังคงอาบน้ำไป แล้วก็ส่งเสียงครางต่อไป อย่างอารมณ์ดี….
ก็ช่วยไม่ได้นี่นา....
ใครใช้ให้น่ารัก
ใครใช้ให้แก้มแดง
แล้วใครใช้ให้มาขัดจังหวะได้เสียของชเวซึงฮยอนกับอุลตร้าแมนในฝัน!
เพราะฉะนั้น...มันเลยต้องเอาคืนกันซะหน่อย!
“อา...จียง ดีมาก...น่ารักมาก อืม... นั่นแหละ...อ้า...”
ชเวซึงฮยอนยังคงส่งเสียงครางต่อไป และเมื่อสิ้นเสียงของเขา...ไม่นานนัก เสียงปิดประตูก็ดังลั่นขึ้นจนทำเอาคนที่อยู่ในห้องน้ำต้องเผลอสะดุ้ง และพอชเวซึงฮยอนเปิดประตูชะโงกหน้าออกไป เขาก็พบว่าตอนนี้ เจ้าตัวเล็กไม่อยู่รอเขาแล้ว เพราะฉะนั้น ชเวซึงฮยอนจึงต้องรีบอาบน้ำแต่งตัวอย่างรวดเร็วที่สุด ก่อนจะหยิบข้าวของแล้ววิ่งหน้าตั้งตามจียงออกไปจากห้องด้วยความเร็วสูง...
ชเวซึงฮยอนซอยเท้าลงไปยังบันไดสี่ชั้นอย่างรีบร้อน จนกระทั่งเมื่อถึงห้องโถง ร่างสูงก็วิ่งเข้าไปล๊อคคอคนตัวเล็กที่เดินอ้อยอิ่งเหมือนจะแอบรอเขาอยู่หน้าประตู...
นี่เป็นอีกครั้งหนึ่งที่พวกเขาได้ไปโรงเรียนด้วยกัน!
เป็นอีกวัน ที่ชเวซึงฮยอนอาบน้ำไม่สะอาด เพราะต้องรีบวิ่งตามจียงลงมาข้างล่าง...
ซึ่งมันก็เหมือนกับในวันนั้น....
วันแรก.....ที่พวกเขาสองคนเดินไปเรียนด้วยกัน....
และเป็นอีกวัน...ที่เขาไปเรียนอย่างมีความสุข......
“จียงงงงงงง!!”
เสียงใสๆ ของสาวห้าวผมบ๊อบสั้นอย่างอึนจองร้องตะโกนขึ้นดังลั่น เมื่อเห็นว่าวันนี้ เขาสามารถพาจียงมากลับมานั่งกินข้าวเช้าด้วยกันในแคนทีนอีกครั้งได้สำเร็จ
ร่างเพรียวบางวิ่งเข้ามากอดแขนเจ้าตัวเล็กพลางส่งยิ้มหวานให้อย่างดีใจ
“อรุณสวัสดิ์พี่อึนจอง” จียงเอ่ยทักเรียบๆ หากแต่เพียงแค่นั้น อึนจองก็ดีใจจนแก้มแทบปริ
“อรุณสวัสดิ์จียง ในที่สุดนายก็กลับมาแล้วสินะ ฉันคิดถึงนายมากเลยน้า” พูดจบ ใบหน้าขาวก็ทำท่าจะซบลงบนไหล่ของจียง หากแต่ชเวซึงฮยอนก็รีบเอื้อมมือไปปัดฝุ่นบนไหล่บางนั้นเสียก่อนที่อึนจองจะซบลงมาทัน
“อื้อหือ....กลับมาคราวนี้จัดเต็มเลยนะท๊อป”
อึนจองเอ่ยแซวเขาออกมา และเขาก็ทำเพียงยักคิ้วตอบไปแบบไมได้ใส่ใจนัก
ช่วยไม่ได้ ของๆ ใคร ใครก็หวงนี่นา
กว่าเขาจะไปตามกลับมาได้ก็เหนื่อยแทบตาย
จะยอมให้คนอื่นมาสกินชิพกันง่ายๆ ได้ไงล่ะ
“ว่าแต่ว่า....ฉันรู้สึกเหมือนคนทั้งแคนทีนจะมองพวกเราอยู่นะ” อึนจองพูดขึ้นอีกครั้ง พลางกวาดสายตาไปมองรอบๆ ซึ่งเธอก็พบว่าทุกสายตากำลังจับจ้องมาที่พวกเขา พร้อมทั้งเสียงซุบซิบนินทาที่เขาพอจะเดาได้ว่าเรื่องอะไร
“อืม...ปล่อยไปเถอะ...” เขาตอบเรียบๆ แต่ก็ยังแอบเหล่สายตาไปดูปฏิกิริยาของจียง ซึ่งเจ้าตัวเล็กก็ยังคงกินข้าวชามโตต่อไปอย่างไม่ไดใส่ใจอะไรนัก
“จะปล่อยไปจริงๆ เหรอ? นายจะทนได้เหรอ? ฉันจัดการให้มั้ย?” อึนจองเสนอตัวเข้าช่วย แต่เขาก็ยังส่ายหน้า
“ฉันไม่เป็นไรหรอก”
ร่ายสูงตอบออกไปอย่างหวาดหวั่น เพราะแม้ว่าเขาจะสามารถอดทนและยอมรับกับคำพูดพวกนั้นได้ในไม่ช้า แต่เขาก็ไม่รู้ว่าจียงจะคิดยังไง
“แล้วนายล่ะ..จียง นายโอเคเหรอ?” อึนจองหันไปถาม ซึ่งร่างบางที่นั่งกินข้าวอยู่ก็ชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาตอบ
“ไม่เป็นไร...เดี๋ยวฉันก็ไปจากที่นี่แล้ว” ควอจียงตอบเสียงเรียบ
แต่พอได้ยินคำตอบนั้น สาวผมบ๊อบก็มีท่าทีตกใจอย่างเห็นได้ชัด
“ไปจากที่นี่!! ไปไหนอ่ะจียง นายจะไปไหนอีก!!!”
สาวหน้าหมวยเอามือค้ำโต๊ะพลางส่งเสียงคะยั้นคะยอออกมาอย่างตื่นตระหนก หากแต่จียงก็ทำเพียงส่งยิ้มจางๆ ให้เธอแล้วจะตอบออกมาเรียบๆ...
“ไปญี่ปุ่นน่ะ...ไปแบบไม่มีกำหนด”
สิ้นคำพูดนั้น อึนจองก็ยกมือขึ้นปิดปาก แล้วหันมามองหน้าเขาแทบจะในทันที
“โอ้ไม่นะ! ท๊อปผู้น่าสงสาร”
สาวผมบ๊อบลุกขึ้นมาจากที่นั่งข้างจียง แล้วเดินมากอดปลอบเขาอย่างเห็นอกเห็นใจ...
และหลังจากนั้น... อึนจองก็เอาแต่ร้องไห้โวยวายอยู่พักใหญ่จนทั้งเขาทั้งจียงต้องคอยปลอบใจไปจนกระทั่งเริ่มเรียนคาบเช้า
ซึ่งแม้ว่าจะเข้าไปยังห้องเรียนแล้ว แต่เรื่องที่จียงจะไปอยู่ญี่ปุ่นก็ถูกเล่าขานต่อๆ กันจนทั่วทั้งห้องเรียน จนทำให้ทุกๆ คนพากันมาให้กำลังใจเสียจนเขาชักจะเรียนไม่รู้เรื่อง…
“ไอ้ท๊อป...ทำไมมึงถึงได้อาภัพนักวะ” โจซองมินเข้ามากอดคอ
“อย่าฆ่าตัวตายนะมึง กูเป็นกำลังใจให้มึงนะเว้ย” คิมฮยอนจุงเข้ามากุมมือเขา
“ลาออกแล้วตามไปอยู่ญี่ปุ่นเลยดิวะ” ปาร์คมิคกี้ กระทุ้งไหล่
ซึ่งทั้งหมดนั่น ก็ชักจะเริ่มทำให้เขารู้สึกหงุดหงิด...
“พวกมึงพอซะทีเหอะ! เค้าก็แค่ไปญี่ปุ่น แล้วกูก็ตัดสินใจแล้วว่าจะรอจนกว่าเค้าจะกลับมา! พวกมึงไม่ต้องเวทนากันขนาดนั้นหรอก” ชเวซึงฮยอนตอบออกมาด้วยความเหนื่อยหน่าย
หากแต่นั่นก็ยังไม่ทำให้เพื่อนๆ ของเขาหายสงสัย
“เค้าบอกมึงเหรอว่าเค้าจะกลับมา?” คิมแจจุงพูดขึ้น และนั่นก็เริ่มจะทำให้ให้ความวิตกกังวลเข้ามาเยือนในไม่ช้า
“เปล่า” เขาส่ายหน้า
“แล้วมึงจะรอเค้าเนี่ยนะ? ถ้าเค้าไม่กลับมาหามึงล่ะ” คราวนี้โจซองมินขึ้นเสียง ชายร่างสูงโปร่งรู้สึกหงุดหงิดไม่น้อยที่เห็นเพื่อนของเขาเอาแต่ทำตัวโรแมนติกเสียจนน่าสมเพช
“ก็แล้วมึงจะให้กูทำไง ลาออกแล้วไปเรียนต่อญี่ปุ่นเหรอวะ? ถ้ากูทำงั้นพ่อแม่คงฆ่ากูตายแน่อ่ะ อย่างมาก กูคงทำได้แค่ไปหาเขาเป็นครั้งคราว แต่จะให้ไปอยู่ด้วยกันที่นั่น มันเป็นไปไม่ได้แน่ๆ...”
พอได้ยินคำตอบของเพื่อนร่วมห้อง โจซองมินก็ทำได้แค่ถอนหายใจ หากแต่คิมฮยอนจุงก็ยังคงหาทางช่วยเขาต่อ
“งั้นมึงก็อ้อนให้เขาอยู่ต่อสิวะ...หรือถ้าทำไม่ได้ก็อ้อนให้เขากลับมาไวๆ... แล้วมึงก็ไม่ต้องสะเออะทำตัวเป็นพระเอกที่ยอมได้ทุกอย่างเพื่อความรัก เพราะถ้าทำแบบนั้น มึงคงแห้วแน่ๆ ว่ะ เชื่อกู!”
แล้วคำแนะนำของฮยอนจุงก็ทำให้ทุกๆ คนพยักหน้าพร้อมกันอย่างเห็นด้วย ซึ่งในไม่ช้า ไอ้มิคกี้ก็เอ่ยขึ้นมาสมทบ
“ถูกของไอ้จุงมันนะ กูว่าการที่เขาอุตส่าห์ยอมตามมึงกลับมาแบบนี้ แสดงว่าเขาก็ต้องมีใจให้มึงบ้าง เพราะงั้นถ้ามึงอ้อนเยอะๆ เข้าไว้ เดี๋ยวน้องเขาก็ใจอ่อนเองนั่นแหละ...”
สิ้นเสียงของมิคกี้ ชเวซึงอยอนก็ขมวดคิ้วขึ้นในทันทีด้วยความตึงเครียด...
ก็จริงอยู่ ที่เขาเองก็แอบคิดไปบ้าง ว่าจียงก็อาจจะมีใจให้เขา...
เพราะการที่เขาไม่ถูกปฏิเสธ
การที่จียงยอมกลับมา
และการที่พวกเขาใช้เวลาอยู่ด้วยกันแทบจะตลอดแบบนั้น ...
มันก็ทำให้เขาแอบคิดว่าตัวเองก็พอจะมีความสำคัญกับจียงอยู่ไม่มากก็น้อย...ล่ะมั้ง!
“เออ...ก็ได้...กูจะลองดู”
ในที่สุด ชเวซึงฮยอนก็พยักหน้าตอบกลับไป พร้อมกับสมองที่กำลังครุ่นคิดหาวิธีไปอ้อนเจ้าตัวเล็กที่แสนจะใจแข็งและเดาอารมณ์ยากคนนั้น.....
ก็เขาไม่รู้หรอก...ว่าการอ้อนวอนของร้องแบบนั้นมันจะสำเร็จหรือไม่
แต่อย่างน้อย...มันก็คงจะดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลยล่ะมั้ง......
ภายในห้องโถงของหอพักชาย....
เสียงอึกทึกดังขึ้นลั่นบริเวณอีกครั้ง ภายหลังจากที่เขากับจียงเดินกลับมาถึงหอพัก...
พี่แทบินถึงกับโทรสั่งพิซซ่ามาวางเต็มโต๊ะเพื่อเลี้ยงฉลองการกลับมาของเจ้าตัวเล็กภายหลังจากที่เห็นเขาออกตามหามานานหลายวัน
ซึ่งอันที่จริงแล้ว...เขาเองก็พาจียงกลับมาตั้งแต่เมื่อวาน...
แต่กว่าเขาจะพามาได้ก็ปาเข้าไปจนดึกดื่น คนอื่นๆ ก็เลยไม่มีโอกาสได้มาต้อนรับ...
เพราะหลังจากที่เขาหาเจ้าตัวเล็กเจอที่สนามเด็กเล่นแล้ว เขาต้องรอจนกว่าจียงจะอำลาเด็กๆ แล้วกลับไปเก็บกระเป๋าในโรงแรมที่พัก และกว่าเขาจะลากเจ้าตัวเล็กให้กลับมาได้ก็ไม่ใช่ง่ายๆ ซะเท่าไหร่ เพราะงั้น เขาเลยใช้โอกาสนี้พาจียงเดินเล่น แล้วเดทกันอีกนิดหน่อยก่อนจะกลับเข้ามาที่หอ... ซึ่งเมื่อมาถึง ก็มีเพียงชเวดองอุคเท่านั้นที่ยังคงนั่งอยู่ข้างล่าง...
ดังนั้น...บ่ายวันนี้ จึงเป็นครั้งแรกที่ชาวหอคนอื่นๆ ได้พบจียงอีกครั้ง...และพวกเขาก็เข้ามาแสดงความยินดีกันอย่างออกหน้าออกตาทีเดียว...
“น้องจียงกลับมาแล้ว ต้นไม้ที่หอเราไม่เหี่ยวอีกต่อไปแล้วสินะ วู้ววว!” อิมแทบินตะโกนขึ้นอย่างโอเวอร์ ทำให้ประธานหอชเวดองอุตทำหน้าดุออกมา พร้อมกับเอื้อมมือไปบิดหูของรุ่นพี่กล้ามหนาเข้าทีหนึ่ง
“ยินดีต้อนรับกลับมานะ บาร์บี้ของฉัน...” อีซึงริวิ่งเข้าไปหาร่างบางนั้นอย่างตื่นเต้น “ฉันสัญญาว่าต่อไปนี้ฉันจะไม่เรียกนายว่าชัคกี้แล้ว เพราะงั้นถ้าเบื่อพี่ท๊อปเมื่อไหร่ก็โทรหาฉันได้เลยนะ” อีซึงริพูดขึ้นก่อนจะยัดเบอร์โทรใส่เข้าไปในมือของจียง และนั่นก็ทำให้เขาต้องรีบไปดึงมันออก
“มึงไม่ต้องมาหลอกจับมือจียงเลยนะไอ้หลินปิง” ชเวซึงฮยอนส่งเสียงขู่ ซึงริเลยได้แต่เบ้ปากแล้วไปยืนเกาะหลังยองเบอย่างหาที่พึ่ง
“เออ มึงนี่ก็หึงไม่เข้าเรื่อง...” ทงยองเบเอ่ยขึ้นบ้าง ก่อนจะเอื้อมแขนไปลูบหลังจียงเบาๆ “ถ้าทะเลาะกับไอ้ท๊อปก็มาห้องพี่ได้นะ พวกเราต้อนรับเสมอ” พูดจบ ยองเบก็หันไปหาแนวร่วมกับเพื่อนร่วมห้อง ซึ่งคังแดซองที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ส่งยิ้มหวานให้จียงจนตาตี่ๆ นั้นเห็นเป็นเพียงแค่เส้นบางๆ
และพอเห็นแบบนั้น ชเวซึงฮยอนจึงรีบเดินเข้าไปขวางไอ้พวกเพื่อนจอมฉวยโอกาสนั้นอย่างหงุดหงิด
นี่ขนาดอยู่ต่อหน้าเขานะ ไอ้พวกนี้มันยังกล้าหาเรื่องแตะตรงนู้นที ตรงนี้ทีกันได้ไม่หยุดไม่หย่อน แล้วนี่ถ้าเขาปล่อยจียงไว้ที่หอคนเดียว มีหวังคงได้ถูกรุมจนตัวแบนไปเลยแหงๆ...
“พวกมึงเลิกแต๊ะอั๋งน้องเค้าซะที กูหิวแล้ว กูจะแดก!”
คราวนี้เป็นพี่คุชที่โวยวายขึ้นมา ก่อนจะเดินไปเปิดกล่องพิซซ่าที่วางอยู่บนโต๊ะเป็นคนแรก แล้วหลังจากนั้นทุกๆ ก็วิ่งตามไปรุมที่โต๊ะกลางห้องโถงกันอย่างดุเดือด จนอาหารที่อิมแทบินซื้อมาเลี้ยงทั้งหมดหายเกลี้ยงไปในไม่ช้า....
ซึ่งพอเห็นภาพแบบนั้นแล้ว ... เขาก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า...
นี่มันหอพักนักศึกษาชาย........................หรือลานอีแร้ง...???
แต่ก็ช่างมันเหอะ!
เพราะหลังจากมื้อเย็นที่อิมแทบินเป็นเจ้ามือเลี้ยงฉลองสิ้นสุดลงไปพร้อมกับความวุ่นวาย...
ในที่สุด ชเวซึงฮยอน.......กับควอนจียง.....ก็ได้อยู่กันสองต่อสองอีกครั้ง.....
ภายในห้องของเราสองคน.....
หึหึ.....
“กินอิ่มรึเปล่า? ฉันว่าพิซซ่าแค่นั้นไม่น่าจะพอกับกระเพาะนายนะ” ชเวซึงฮยอนเอ่ยแซว ร่างสูงเดินตามเข้าไปหาเจ้าตัวเล็กที่ยืนท้าวขอบระเบียงแล้วมองออกไปยังท้องฟ้าที่อยู่ข้างนอก
ตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว...อีกไม่นานพระอาทิตย์ก็คงจะตก
บางที...ถ้าเขากับจียงได้ยืนมองพระอาทิตย์ตกดินด้วยกันที่ริมระเบียง....บรรยากาศมันก็คงจะโรแมนติกดีพิลึก...
และบางที... มันอาจจะเป็นฤกษ์งามยามดี ที่เขาจะใช้โอกาสนี้ในการลองอ้อนขอเจ้าตัวเล็กให้อยู่ที่นี่กับเขาต่อไป...
หรือ อย่างน้อย....ก็ขอแค่ให้จียงช่วยสัญญาว่าจะกลับมาเร็วๆ ก็ยังดี...
“อิ่มแล้ว...ฉันกินตุนมาตอนเที่ยงน่ะ...อึนจองทำมาให้ตั้งเยอะ” ตาเรียวหันมามองเขาเพื่อตอบคำถาม ครู่หนึ่งก็หันกลับไปมองท้องฟ้าข้างนอกเหมือนเดิม...
“หายกันไปกินสองคนเหรอ ไม่เห็นมาเรียกฉันไปกินด้วยเลย...น้อยใจว่ะ” ชเวซึงฮยอน เดินเข้าไปยืนอยู่ริมระเบียงข้างๆ จียง พลางแกล้งทำหน้างออออกมาอย่างน้อยอกน้อยใจ
ที่จริงเขาก็ไม่ได้งอนหรอก...ก็แค่อยากจะดูปฏิกิริยาของจียงบ้าง...
อยากจะรู้ว่าคนๆ นั้นจะให้ความสำคัญกับเขาขนาดไหน...
หากแต่จียงก็ทำเพียงยิ้มออกมาจางๆ...
“เค้าว่าคนที่ชอบยืนมองท้องฟ้า เป็นคนโรแมนติก” ในที่สุด ชเวซึงฮยอนก็ตัดสินใจเปลี่ยนเรื่อง เมื่อเห็นว่าบรรยากาศมันชักจะเงียบลงไป
ร่างสูงกระเถิบเข้าไปใกล้คนตัวเล็กนั้นจนเริ่มจะยืนชิดกันมากขึ้น
“งั้นแสดงว่าพี่ก็ชอบมองฟ้าสินะ...”
“หืม?..........”
คำตอบของจียง ทำเอาเขาเงียบลงไปอยู่ครู่ใหญ่... บางที ชเวซึงฮยอนอาจจะเป็นคนสมองช้า ... แต่ถ้าเขาเข้าใจไม่ผิด มันอาจจะหมายความว่า
เขา...เป็นคนโรแมนติก......
รึเปล่านะ??
“นายหมายความว่าไง?”
“หึ.....”
พอได้ยินคำถามของเขา ควอนจียงก็หัวเราะออกมาน้อยๆ....
แต่...ให้ตายเหอะ!
พลังทำลายอวัยวะมันช่างยิ่งใหญ่นัก!
“ขำอะไร...นายกำลังบอกว่าฉันโรแมนติกใช่ป่ะล่ะ...” เขาแกล้งถามออกไป ...
และควอนจียงก็ยังคงไม่หุบยิ้ม...
“นึกว่าจะไม่รู้ซะอีก...”
“ไม่ใช่ไม่รู้...ฉันก็แค่คิดไม่ถึง..........”
“หืม?...” คราวนี้จียงเลิกคิ้วขึ้นมองเขาอย่างสงสัย เขาจึงกระตุกยิ้มขึ้น ก่อนจะหันไปตอบ....
“ก็....คิดไม่ถึง....ว่านายจะเห็นความโรแมนติกของฉันอ่ะ”
“.........”
พอได้ยินคำตอบที่เขาตั้งใจหยอดออกไป...เจ้าตัวเล็กก็กลับไปยืนนิ่งเงียบ แล้วหันไปมองท้องฟ้าอีกครั้ง....
ตอนนี้...
ดูเหมือนว่าพระอาทิตย์ใกล้จะตกดินแล้ว....
เวลาแห่งการสร้างบรรยากาศให้โรแมนติกดั่งจินตนาการของชเวซึงฮยอนก็เริ่มใกล้เข้ามาทุกที...
ร่างสูงฉวยโอกาสที่ร่างบางกำลังยืนมองฟ้าอย่างไม่ระวังตัวนั้น ค่อยๆ เลื่อนมือไปทางด้านหลัง แล้วเกาะอยู่ที่เอวบางๆ นั้นอย่างตั้งใจ
“เคยมีหนังสือเล่มนึงเขียนไว้ว่า...ถึงตัวจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่เราก็อยู่ใต้ท้องฟ้าเดียวกัน และมองพระอาทิตย์ดวงเดียวกัน......” ชเวซึงฮยอนเอ่ยขึ้นเบาๆ พร้อมกับทำตาซึ้ง... และนั่นก็ทำให้คนข้างๆ หันมาฟังอย่างสนใจ...
“พี่ชอบอ่านนิยายน้ำเน่าเหรอ” ควอนจียง ตอบขึ้นพลางอมยิ้มเล็กๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปแกะมือเขาที่โอบเอวบางนั้นอยู่อย่างรู้ทัน...
“อย่าขัดจังหวะนักดิ คนกำลังโรแมนติกอยู่นะเว้ย!” คราวนี้ชเวซึงฮยอนหันไปขมวดคิ้วใส่...
ก็คนเค้าอุตส่าห์นั่งคิดอยู่ตลอดคาบบ่าย ว่าวันนี้เขาจะกลับมาอ้อนจียงยังไง...
แต่เพียงแค่เริ่มเกริ่นออกมา เจ้าตัวเล็กก็กลับมาขัดจังหวะเอาเสียดื้อๆ แบบนี้ ...
เสียเซลฟ์ชะมัด!
“ก็ได้....จะพูดอะไรก็พูดมา........หึหึ...”
แล้วจียงก็หัวเราะออกมาอย่างน่ารัก พร้อมๆ กับที่มือบางก็เอื้อมมาดึงมือของเขาให้กลับไปโอบเอวใหม่อีกครั้ง... ซึ่งนั่นก็ทำให้ชเวซึงฮยอนอดจะเขินจนหน้าแดงก่ำไปไม่ได้...
ถึงแม้จะมองไม่เห็นหน้าตัวเอง... แต่ความร้อนราวกับโดนเผาหน้าแบบนั้นก็ยืนยันได้เป็นอย่างดี ว่าตอนนี้เขาคงจะกลายร่างเป็นไม้ขีดไฟก้านป้อมไปซะแล้ว....
“อืม...ก็แบบ...ถึงนิยายน้ำเน่ามันจะเขียนไว้แบบนั้น...”
“.......”
“แต่ฉันว่า...มันคงจะไม่ดีเท่าไหร่...ถ้าได้แค่มองท้องฟ้าเดียวกัน มองพระอาทิตย์ดวงเดียวกัน...แต่ไม่ได้มองหน้ากัน...ไม่ได้สบตากัน.....” ชเวซึงฮยอนพูดขึ้นก่อนจะหันไปมองใบหน้ากลมที่อยู่ข้างๆ “......แบบนี้อ่ะ”
“........”
ในเวลานี้ จียงกำลังมองสบตาเขาตอบอย่างว่าง่าย...
แต่มันน่าหงุดหงิดตรงที่คนตัวเล็กนั้นไม่ได้หลบตาหนีอย่างเคอะเขินเหมือนที่เขาจินตนาการเอาไว้...
หากแต่ริมฝีปากอิ่มก็ทำเพียงแค่กระตุกยิ้มขึ้นราวกับรู้ทัน...
“จะอ้อนไม่ให้ฉันไปญี่ปุ่นเหรอ”
สิ้นคำถามนั้น ชเวซึงฮยอนก็พยักหน้าตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว... เพราะถึงแม้ว่าเขาจะเคยบอกไว้ว่าจะไม่รั้ง...แต่ถ้าเป็นไปได้...ก็ไม่อยากจะให้ไป...
“อือ”... เขาพูดขึ้น ก่อนจะเลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ พวงแก้มใสนั้นทีละนิด... “นายไม่ไปได้มั้ยอ่ะ...ฉันไม่อยากให้นายไป...เพราะถ้านายไม่อยู่ฉันต้องคิดถึงจนผอมตายแน่ๆ”
พอได้ยินเขาพูด จียงก็หัวเราะออกมาอีกครั้ง...
“ขนาดนั้นเชียว ฮ่าๆ...”
วันนี้จียงหัวเราะบ่อยมาก...ซึ่งที่จริงแล้วมันก็ดีอยู่หรอก แต่เขาก็กลัวว่าถ้าพอถึงวันที่จียงจากไป เขาจะไม่ได้เห็นรอยยิ้ม ไม่ได้ยินเสียงหัวเราะเล็กๆ แบบนี้อีก ... ซึ่งเขาก็อาจจะทนไม่ไหวขึ้นมาก็ได้...
“นี่! ฉันซีเรียสนะ...ดูหน้าฉันดิ” เขาพูดขึ้นพลางขมวดคิ้ว
และถ้าทำได้ ตอนนี้ชเวซึงฮยอนคงจะผูกคิ้วเป็นเงื่อนพิรอดโชว์มันเสียตรงนั้น...
เอาให้รู้กันไปเลยว่าเขากำลังซีเรียสขนาดไหน!!...
“ให้ฉันไปเถอะ...ฉันอยากกลับไปที่นั่น....”
ในที่สุด...จียงก็เริ่มที่จะหยุดหัวเราะลง แล้วหันมาตอบเขาอย่างจริงจังบ้าง...
หากแต่คำตอบที่ได้รับก็ทำให้เขาผิดหวังอยู่ไม่น้อย...
“แล้วนายไม่อยากอยู่ที่นี่เลยเหรอ...ไม่ชอบที่นี่บ้างเลยรึไง”
แม้เขาไม่อยากจะทำแบบนี้ แต่มันก็อดไม่ได้ที่จะตัดพ้อออกไป
“ก็ชอบ....แต่ฉันก็ต้องกลับไป” จียงพูดขึ้น ก่อนจะหันกลับไปมองท้อองฟ้าอีกครั้ง คราวนี้เจ้าตัวเล็กเริ่มจะกัดริมฝีปากของตัวเองเบาๆ “ฉันอยากจะกลับไปเจอความจริง...เพราะฉันไม่อยากหวาดกลัว เวลาที่เจอกับภาพเก่าๆ....ไม่อยากฝันร้าย เวลาที่ต้องอยู่คนเดียวอีกต่อไปแล้ว...”
“...............”
“ฉันจะทำให้ตัวเองเข้มแข็งขึ้น...และสามารถเผชิญหน้ากับความจริงในอดีตได้โดยไม่ต้องกลัวอะไรอีกต่อไป”
“...............”
ชเวซึงฮยอนโอบเอวบางนั้นแน่นขึ้นเมื่อได้ยินคำตอบ...
ในตอนนี้...สายตาจริงจังที่ส่งมายังเขา...มันก็ทำให้รับรู้...ว่าคนๆ นั้นได้ตัดสินใจไปอย่างดีแล้ว
และเขาก็คงจะห้ามไม่ได้.......
“แล้วนายจะกลับมามั้ย?....” เขาถามขึ้นอีกครั้ง และจียงก็ส่งยิ้มกลับมา...
“ก็...ถ้ายังมีคนรอ...ก็ฉันอาจจะกลับมาล่ะมั้ง” คำตอบที่เขาได้รับ กลับทำให้เขาหน้าหงิก........
“ถ้าอะไรกันล่ะ...ยังไงฉันก็ต้องรออยู่แล้ว ... ก็แค่อยากจะมั่นใจว่าถ้ารอแล้วนายจะกลับมาก็แค่นั้น...ถ้าฉันต้องรออย่างไร้จุดหมาย ฉันคงได้เป็นนอนแห้งตายเป็นแมวน้ำขาดอาหารแน่ๆ อ่ะ”
ชเวซึงฮยอนตัดพ้อออกมาอย่างน้อยใจ ก่อนเอนหน้าไปซบบนไหล่นั้นอย่างออดอ้อน พอเห็นว่าร่างบางไม่ได้ว่าอะไร...เขาก็แกล้งเอาจมูกไปซุกใกล้ๆ กับไหปลาร้าน่าล้วงนั่นราวกับเด็กทารกกำลังอ้อนคุณแม่...
“อย่าเว่อร์น่า...พี่ไม่ตายหรอก...ฉันไม่ยอมให้พี่ตายจากฉันไปอีกคนแน่ๆ...” พอได้ยินคำตอบ...ชเวซึงฮยอนก็เงยหน้าขึ้นไปสบตาเรียวนั้นอีกครั้ง ... และดูเหมือน...คำว่า ‘ตาย’ มันจะเซนซิทีฟเกินไปสำหรับจียงในตอนนี้....
แต่ถึงอย่างนั้น...เขาก็อดจะดีใจไปกับสิ่งที่เขาได้ยินเมื่อครู่นี้ไม่ได้.....
“ก็ได้....ฉันจะไม่ตาย...ฉันจะอยู่รอนายกลับ เพราะงั้นนายก็ห้ามตาย...ห้ามหายไปไหน...นายต้องเข้มแข็ง...แล้วก็กลับมาหาฉัน...” ร่างสูงพูดขึ้นพร้อมกับเอื้อมมือไปลูบผมของจียงเบาๆ “แต่ไม่ต้องเล่นกล้ามแบบไอ้ยองเบกับพี่แทบินน่ะ...แบบนั้นมันดูจะน่ากลัวไปหน่อย...”
เจ้าตัวเล้กหัวเราะออกมาอีกครั้ง หลังจากฟังสิ่งที่เขาพูดออกมา .....
ในเวลานี้...
เขาจึงถือโอกาส กลับไปสร้างบรรยากาศอีกครั้งด้วยคำพูดหวานๆ ที่เขานั่งคิดมาตลอดทั้งวัน...
“นี่... จียง...”
“....................”
“รู้มั้ย ว่านายอ่ะ...มีค่ายิ่งกว่าอวัยวะภายในของฉันทั้งหมดเลยนะ....”
คราวนี้ชเวซึงฮยอนพูดขึ้นด้วยใบหน้าที่จริงจังและซีเรียสที่สุด หากแต่ดูเหมือนจียงกำลังพยายามจะกลั้นหัวเราะเอาไว้...
แต่ช่างมันเถอะ...
เขาไม่รู้ว่าจียงจะซึ้งกับคำพูดของเขารึเปล่า...
เพราะในเวลานี้ พระอาทิตย์มันเริ่มตกดินแล้ว...ท้องฟ้าก็กลายเป็นสีส้มสวยสดราวกับเป็นใจ....
ชเวซึงฮยอนจึงถือโอกาสนี้ ลองก้มหน้าลงไปช้าๆ จนกระทั่งลมหายใจของจียงรดลงกระทบบนริมฝีปากของเขา...
แต่....
ดูเหมือนว่ายังไม่ทันที่เขาจะประกบมันลงไปจนชิด...
อยู่ดีๆ...ประตูระเบียงของห้องข้างๆ ก็เปิดออก
พร้อมกับชายหน้าโหดที่เดินถือบ๊อกเชอร์ออกมาตากที่ริมระเบียง
“เฮ้ย!!!!”
คิมคุชอุทานขึ้นพร้อมกับทำบ๊อกเซอร์เปียกน้ำล่วงลงไปที่พื้นด้วยความตกใจ และพอได้ยินเสียงร้องนั้น จียงที่ยืนนิ่งอยู่เมื่อครู่ ก็ผละตัวออกไปจากเขาในทันที พร้อมกับที่พี่คุชเองก็รีบหยิบบ๊อกเซอร์ไปตากก่อนจะปิดประตูกลับเข้าห้องไปอย่างรวดเร็วราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่....
SHIT!!! SHIT!!! SHIT!!!
โถ่เว้ย!!...
เขาจะเกลียดไอ้พี่คุชก็คราวนี้แหละ!!
จะมาตากบ๊อกเซอร์อะไรตอนพระอาทิตย์ตกดินแบบนี้วะ คนกำลังจะได้ด๊วบกันอยู่แล้วแท้ๆ
แม่งขัดจังหวะชิบหาย!!!!
“ฮึ่ม...”
ชเวซึงฮยอนกัดฟันพลางก่นด่าในใจอย่างหัวเสีย ...
และดูเหมือนสีหน้าของเขามันจะแสดงออกมาอย่างเด่นชัดไปหน่อย จียงถึงได้หัวเราะออกมาจนดังลั่นขนาดนี้
“ตลกชะมัด....ฮ่าๆๆ” คราวนี้เจ้าตัวเล็กหัวเราะขึ้นพลางเอามือกุมท้องอย่างขำขัน หากแต่เขากลับไม่รู้สึกอยากจะขำด้วยเลยสักนิด...
“ตลกอะไรนักหนาเล่า” ชเวซึงฮยอนตัดพ้ออย่างน้อยใจอีกครั้ง... และเมื่อจียงเห็นเขาทำหน้าจ๋อยอยู่แบบนั้นพักใหญ่ มือบางก็เอื้อมมาดึงแขนของเขา ก่อนจะพาเข้าไปในห้องพร้อมกับปิดประตูระเบียงลง...
และ....
จุ้บ!
“......”
!!!!
“แบบนี้...ก็ไม่มีใครเห็นแล้ว...ใช่มั้ย?”
ควอนจียงพูดออกมาอีกครั้ง พร้อมด้วยรอยยิ้มน่ารักที่จ่ออยู่ตรงหน้าในระยะประชิด....
ละ และถ้าเขาไม่ได้ช๊อคจนหมดสติไปชั่วขณะเสียก่อนล่ะก็...
ดะ...ดูเหมือนเมื่อครู่นี้ ริมฝีปากของเขาจะถูกกดลงมาเบาๆ อยู่แว้บนึง....
แบบไม่ทันได้ตั้งตัวสินะ...!!!
“เมื่อตะกี้เกิดอะไรขึ้นอ่ะ...ขออีกรอบได้ป่ะ...ฉันตั้งตัวไม่ทัน”
ชเวซึงฮยอนยืดตัวขึ้นจนเต็มความสูงเพื่อตั้งหลักฐานให้มั่นคงอีกครั้ง
ในตอนนี้ เขากำลังยืนพิงประตู แล้วจียงก็ยืนล็อคตัวเขาอยู่โดยใช้แขนสองข้างดันฝาประตูเอาไว้...
ถึงแม้จะดูสลับตำแหน่งไปซะหน่อย...
แต่เขาก็คิดว่า...
ท่านี้แม่ง.....
ล่อแหลมใช้ได้!!
“อะไร...ขออะไร?”
เจ้าตัวเล็กเลิกคิ้วขึ้นมองเขาอย่างกวนๆ
ไม่บ่อยนักที่เขาจะเห็นจียงในท่าทางแบบนี้....
ครั้งล่าสุด ก็คงเป็นในวันแรกที่จียงมาที่นี่... มาโปรยสเน่ห์ซะจนเขาติดในจนถอนตัวไม่ขึ้นแบบนี้....
“ก็...ขอ...”
“...........”
“.....อย่างงี้อ่ะ”
พูดจบ ร่างสูงก็จัดการโอบรอบเอวบางนั้นแล้วจับคนตัวเล็กพลิกตัวไปพิงกำแพงให้โพสิชันมันกลับไปสู่ตำแหน่งที่ควรจะเป็น ก่อนที่เขาจะค่อยๆ ก้มลงไปแล้วใช้ริมฝีปากครอบครองไปทั่วใบหน้าหวานนั้นอย่างหลงใหล...
ทั้งพวงแก้ม...จมูก หน้าผาก ตลอดจนริมฝีปากอิ่ม...และเรื่อยลงไปถึงปลายคางและซอกคอขาวๆ นั้น...
ครอบครองมัน...ให้สมกับที่เขารอคอยมานาน....
คอยดูนะ...
คืนนี้...เขาจะจัดการฟัดให้หายหมั่นเขี้ยวกันไปข้างนึงเลย...
หึหึ!!
TBC :
ตอนหน้าก็เป็นตอนจบแล้ว เย้ๆ!! อย่างเร็วที่สุด คงจะลงภายในวันอาทิตย์นี้นะคะ อย่างช้าก็เลื่อนไปหน่อยๆ
สำหรับตอนพิเศษ (NC) นั้น จะยังไม่ลงในบล๊อคนะคะ ถือเป็นสิทธิพิเศษ ให้คนจองหนังสือได้อ่านก่อนบ้างอะไรบ้าง แล้วอีกอย่าง เหมือน exteen เค้าจะเข้มเรื่อง NC แล้วด้วยใช่ป่ะ?
เพราะงั้นสำหรับ ตอนพิเศษ อาจจะเป็นช่วงสิงหาต้นๆ เดือน นะคะ แต่คงไม่เกินวันเกิดจียงหรอก ^^
สำหรับ รางวัล ที่คั่น ที่แจกตอนที่แล้ว ได้ลองให้เพื่อนช่วยตัดสิน เพื่อป้องกัน bias นะคะ
สำหรับผลรางวัล
อันดับสาม ที่คั่น พี่โป้ 5 ลาย ได้แก่....
user : NNACHI
อันดับสอง ที่คั่น น้องจี 7 ลาย ได้แก่....
user : ladyygholic
และ อันดับ 1 ที่คั่น 1 set 14 ลาย ได้แก่...
user : kimdajin
เย้ๆ แสดงความยินดีด้วยนะคะ
ใครไม่ได้ก็ต้องขออภัยด้วยนะ เพื่อนเค้าเลือกมาอ่ะ (ไปตื้บเพื่อนเค้าได้เลย T^T)
เค้าก็อยากให้เยอะๆ แต่ก็ลำบากใจเหมือนกันน้าา T___T
สุดท้ายนี้ ... ถ้าตอนนี้มีพิมผิด มีอะไรพลาด หรือไม่ม่วนไม่อะไรบลาๆๆ ก็ขออภัยด้วยนะ
เปิดเทอม เวลามีน้อย เค้าต้องใช้เวลาพักเที่ยง มากินข้าวไป เขียนฟิกไป
ตอนเย็นก็กับมาพรูฟ ตื่นเช้ามาก็แวะมาแต่งต่ออีกนิดหน่อย
พอจะอัพลงบล๊อคเน็ตก็กากอีก ฮือๆๆๆ ยังไงก็ตาม เค้าก็พยายามอัพให้เร็วที่สุดแล้วเพื่อคนอ่านที่น่ารักทุกคน
แต่ด้วยความที่เรียนหนักมาก ทั้งเรียน ทั้งเข้าคลีนิค ทั้งทำโปรเจ็กจบ อ่านหนังสือเรียน อ่านเปเปอร์ทำงานวิจัยอีก โฮ (บ่นอะไรเนี่ย) เพราะงั้นสมาธิและไอเดียมันก็หดถดถอย
ถ้ามีเวลาจะมาแก้ไขนะคะ ขอบคุณทุกคนจริงๆ ที่อ่านกันมาจนถึงตอนนี้
และคอมเม้นน่ารัก ที่ปลาบปลื้มใจ จนต้องฮึดมาแต่งฟิกแม้จะเหนื่อยจนน้ำหนักลดฮวบๆ ไปแล้วก็ตาม ฮือออ
edit @ 14 Jun 2011 23:34:19 by Xtravaganzy(horrorpig)