[LF] series: 407 part 13 END!
posted on 26 Jun 2011 03:55 by xtravaganzy

13
มีคนบอกว่า...เวลาแห่งความสุขมันมักจะผ่านไปเร็วเสมอ...
ชเวซึงฮยอนกำลังนอนอยู่บนเตียง พลางหยิบนาฬิกาขึ้นมาหมุนเข็มเล่นไปมาแก้เบื่อ ในขณะเดียวกัน...เขาก็แอบหวังอยู่ในใจ ว่าบางที...เวลามันน่าจะเดินช้าลงมากกว่านี้บ้าง
เผื่อว่าเขาจะได้อยู่กับจียงนานกว่านี้สักหน่อย...
แต่ดูเหมือนว่าความหวังของเขามันคงไม่มีวันจะเป็นจริง...
เพราะจนท้ายที่สุดแล้ว...วันที่เขาไม่เคยจะรอคอยมันก็มาถึงจนได้....
‘วันแห่งการจากลาที่ทำให้เขานอนไม่หลับมาตลอดทั้งคืน....’
ในเวลานี้...
ควอนจียงกำลังเดินออกมาจากห้องน้ำ...
ร่างบางอยู่ในชุดเสื้อโค้ทตัวใหญ่กับกางเกงเดฟหนังสีแดงตัวเดียวกับที่เขาเห็นจียงใส่มันในวันแรก
น่ารัก...
ไม่ว่าจะใส่อะไรก็น่ารักไปหมด...
มันน่ารัก จนชเวซึงฮยอนต้องลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินไปกอดข้างหลังเอาไว้อย่างหวงแหน....
“ให้ตายสิ.... อิจฉาญี่ปุ่นชะมัดเลย... ” ชเวซึงฮยอนพ่นลมหายใจออกไปรดบนแผ่นหลังบางที่เขาเอาใบหน้าแนบเอาไว้เบาๆ..
ประโยคนี้อีกแล้ว...
เขาจำไม่ได้หรอก ... ว่าตลอดหลายวันมานี้ เขาได้พูดมันไปแล้วกี่ครั้ง และทุกครั้ง ก็ดูเหมือนจียงจะทำเพียงแค่ยิ้มรับธรรมดา...
หากแต่ครั้งนี้มันดูจะต่างออกไปสักหน่อย... เพราะเขาได้แอบหยอดคำหวานเอาไว้ตอนท้ายอีกนิดให้ชีวิตได้มีอะไรกระชุ่มกระชวยบ้าง...
“กลับมาเร็วๆ นะ .......... ที่รัก”
สิ้นคำพูดของเขา ก็ดูเหมือนจียงจะนิ่งอึ้งลงไปเล็กน้อย เพราะนี่เป็นครั้งที่เขากล้าเรียกจียงออกมาแบบนี้...
และการที่เราเป็นผู้ชายด้วยกันทั้งคู่ เขาก็กลัวว่า...บางที...จียงก็อาจจะมองว่ามันแปลกๆ หรือไม่ก็ออกจะดูน่าอายอยู่พอสมควร...
แต่กลายเป็นว่า...
“อือ....”
จียงเอ่ยขึ้นแผ่วเบา...มือเล็กก็เอื้อมมากระชับอ้อมกอดของเขาจนแน่น พร้อมกับหลับตาลง... “ไปข้างล่างไปกันเถอะ... ใกล้เวลาแล้วล่ะ” พูดจบ จียงก็แกะมือเขาออกเบาๆ ก่อนจะเดินไปหยิบกระเป๋าเดินทางเพื่อเตรียมจะลากมันออกไปจากห้องในไม่ช้า...
แม้จะดีใจ ที่อีกฝ่ายไม่ได้ปฏิเสธคำว่า ‘ที่รัก’ ของเขา...
แต่ถึงอย่างนั้น ในเวลาแบบนี้...ชเวซึงฮยอนก็ทำได้แต่ยืนถอนหายใจ ก่อนจะเดินตามร่างบางออกไปจากห้อง เพื่อลงไปส่ง...ข้างล่าง…
ใช่...
อ่านถูกแล้วล่ะ...
เขาได้แค่ลงไปส่งข้างล่างเท่านั้น!
ก็เมื่อวานนี้...จียงห้ามไม่ให้เขาไปส่งที่สนามบิน...
จียงบอกว่า มันคงไม่ดี ถ้าลุงของเขาจะเห็นพวกเราอยู่ด้วยกัน
ซึ่่งถ้าคิดอีกแง่นึงมันก็คงดีต่อเขาด้วย เพราะถ้าเขาเห็นจียงขึ้นเครื่องจากไปต่อหน้าต่อตา
เขาคงได้ชักดิ้นชักงอไปหลายวันแน่ๆ...
“จียงงงงงงงง”
เสียงของอีซึงริดังขึ้นในทันทีที่เท้าของจียงก้าวลงจากบันได...
เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน ที่ชเวซึงฮยอนเห็นคนจำนวนมากมายขนาดนี้ มารวมตัวกันที่ห้องโถงของหอพักชาย...
ทั้งพวกไอ้ยองเบ พวกรุ่นพี่ ไอ้ชานซอง แจจุง มิคกี้ อึนจอง ฮยอนจุง ยูบิน รวมไปถึงลุงปาร์คเท็ดดี้ กับ ซองเบคยองที่อุตส่าห์ดั้นด้นจากมหาลัยกลับมาหาอีกครั้ง และทุกคนก็ล้วนแต่มายืนรออยู่หน้าประตูทางออก ด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย ที่คงจะไม่ต่างจากใบหน้าของเขาในตอนนี้เสียเท่าไหร่
“ลาก่อนครับ...ทุกคน”
จียงวางกระเป๋าลงบนพื้น ก่อนจะโค้งตัว 90 องศา ให้กับทุกๆ คนที่มายืนส่งเขาอย่างนอบน้อมโดยไม่ได้สนใจว่าคนที่อยู่ตรงหน้า จะเป็นรุ่นเดียวกันหรือรุ่นพี่... ซึ่งนั่นก็ทำให้พวกเซนซิทีฟอย่างไอ้ยองเบ แดซอง และซึงริ ถึงกับหลั่งน้ำตาออกมา...รวมไปจนถึงเฮียคุช ที่รีบหยิบเอาแว่นตาดำขึ้นมาใส่เพื่อป้องกันการหลุดคอนเซปต์เอาไว้แต่ เนิ่นๆ...
“กลับมาเร็วๆ นะจียง”
อึนจองตะโกนขึ้น พลางวิ่งเข้ามาจับมือบางของจียงเอาไว้ “ถ้ากลับมาเมื่อไหร่ อึนจองจะทำข้าวกล่องมาให้กินเยอะๆ เลยนะ...ฮืก...”
สาวผมบ๊อบพูดขึ้นด้วยดวงตาแดงก่ำและเสียงสะอื้น แล้วหลังจากนั้น ยูบินที่ยืนเงียบอยู่ข้างๆ ก็เดินเข้ามาหาจียงบ้าง
“นายอย่าปล่อยให้ท๊อปรอนายนานนะ...ไม่งั้น ฉันจะเอาของฉันคืนด้วย” ยูบินพูดขึ้น ก่อนจะกัดริมฝีปากจนแน่น แล้วเดินไปยืนอยู่ข้างๆ ของอึนจองเพื่อปลอบใจเพื่อนสาว
และคราวนี้ ปาร์คเท็ดดี้ ก็เดินเข้ามาหาบ้าง...
“Oh Dear, Take care yourself” ปาร์คเท็ดดี้พูดขึ้นอย่างห่วงใยด้วยใบหน้าที่ออกจะโอเวอร์ไปนิด และซองเบคยองก็ยังไม่ลืมที่จะออกมาทำหน้าที่ล่ามเหมือนเช่นเคย...
“โอ้ เจ้ากวาง , อย่าลืมเอาแป้งเด็กแคร์ติดตัวไปด้วย” รุ่นพี่ตัวสั้นพากษ์เสียงออกมาอย่างห่วงใยด้วยเช่นกัน
แต่นั่นก็ทำให้ปาร์คเท็ดดี้ต้องหันไปตบหัวเข้าทีหนึ่งอย่างเต็มรัก และพวกเขาก็สามารถเรียกรอยยิ้มเล็กๆ ขึ้นบนใบหน้าของจียงอย่างเช่นเคย...
“จียง...พวกเรารอนายเสมอนะ...” คราวนี้เป็นชเวดองอุคเดินเข้ามาคุยกับจียงบ้าง..และในไม่ช้า อิมแทบินก็พูดขึ้นต่อ
“ตอนกลับมาก็เอาแผ่น AV กับพวกไวเบรเตอร์มาฝากพี่บ้างนะ พี่จะรอ...” สิ้นประโยค รุ่นพี่ร่างใหญ่ก็ถูกชเวดองอุคบิดหูเข้าอย่างแรง ก่อนจะถูกลากตัวออกไปยืนอยู่ด้านหลังของกลุ่มคนที่กำลังยืนมุงอยู่รอบๆ
และไม่นานนัก เสียงทุ้มโหดๆ อันคุ้นเคยก็ดังขึ้นถัดมา...
“เฮ้ย! ไอ้น้อง....” เป็นตาของคุชฮยองที่เดินเข้ามาหยุดตรงหน้าของจียงใกล้ๆ... รุ่นพี่หน้าดุถอดแว่นตาดำออกมาแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นๆ...
“กลับมาคราวหน้าเอ็งต้องเข้มแข็งให้ได้เหมือนพี่นะเว้ย...ฮึก....”
แต่ยังไม่ทันจะพูดจนจบประโยค รุ่นพี่สไตล์ดิบก็ส่งเสียงสะอื้นออกมาอย่างพลั้งเผลอ จนเจ้าตัวต้องรีบหยิบแว่นตาดำมาใส่อีกครั้ง เพื่อปิดบังรอยน้ำตาที่จะมาบั่นทอนความดิบของเขาลงไป...
หลังจากนั้น ยองเบ แดซอง ซึงริ ก็ออกมาร้องเพลงอำลาแบบซึ้งๆ จนหลายๆ คนที่อยู่ที่นั่นถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาโดยง่าย ส่วนคนอื่นๆ ก็พากันมารุมบอกลาจียงกันอย่างวุ่นวาย... บางคนก็มีของฝากให้ บางคนก็ขอถ่ายรูป หรือบางคนก็ขอกอด
เวลาผ่านไปพักใหญ่...
กระทั่งอาจารย์ชอนเดินเข้ามาจากประตูด้านหน้า... เสียงที่ดังอึกทึกเมื่อครู่ ก็ถึงคราวต้องเงียบกริบลงไปในไม่ช้า......
“จียง...พร้อมรึยัง”
อาจารย์ชอนเอ่ยขึ้น พร้อมๆ ที่เหล่านักเรียนทุกคนพร้อมใจกันโค้งตัวลงต้อนรับผู้อำนวยการคนใหม่อย่างเกร็งๆ...
“ครับ...”
ร่างบางเดินไปหยิบกระเป๋าเดินทางที่วางทิ้งเอาไว้อีกครั้ง ท่ามกลางสายตาอาลัยอาวรณ์ของพวกชาวหอที่ยืนมองอยู่รอบๆ.... หากแต่ยังไม่ทันที่จียงจะลากกระเป๋าออกไป อาจารย์ชอน ก็พูดอะไรบางอย่างขึ้นมา...
“อันที่จริง ที่ฉันมาที่นี่ ก็เพราะมีเรื่องบางอย่างจะ จะมาบอกให้ทุกคนได้รู้กันน่ะนะ...”
“..........”
ภายในห้องโถงเงียบลงไปถนัด เพื่อตั้งใจฟังในสิ่งที่อาจารย์ชอนกำลังพูดต่อไป...
“อดีตผู้อำนวยการ ได้ฝากฉันมาบอกทุกคนว่า เพลงไตเติ้ลที่จะใช้ในอัลบั้มประจำปีของโรงเรียน ในปีนี้...เราจะเปลี่ยน ไปใช้เพลง Baby don’t cry ที่คุช นักเรียนปีสามแต่งขึ้นมาแทน ส่วนเพลงของจียง...เราจะคืนมันให้กับเจ้าของโดยไม่มีการนำไปทำต่อ ส่วนของเดิมที่ทำไปบ้างแล้ว ก็จะถูกเก็บเอาไว้ไม่ถูกนำไปใช้ที่ไหนอีกต่อไป..."
สิ้นคำพูดของอาจารย์ชอน ดวงตาของจียงก็เบิกโตขึ้น หากแต่เจ้าตัวก็ยังไม่ได้พูดอะไรออกมา...
“ละ แล้ว ใครจะเป็นคนร้องเพลงนั้นล่ะฮะ” แดซองเอ่ยถาม
รุ่นน้องตาตี่จำได้เป็นอย่างดี ว่าเมื่อครั้งที่พี่คุชแต่งเพลงนี้เสร็จใหม่ๆ เขาเป็นฝ่ายถูกดึงตัวไปร้องเพื่อทำเป็นเพลงไกด์เอาไว้ เพราะถึงแม้ว่าแดซองจะเรียนเอกดนตรีพื้นบ้าน แต่เสียงของเขาก็เหมาะกับเพลงนี้เป็นที่สุด...
ดังนั้น...ถ้าหากจะมีคนอื่นที่เป็นคนร้องเพลงนี้แทนเขา...มันก็คงจะน่าเสียดายอยู่ไม่น้อย..
.
“ก็แล้วแต่เจ้าของเพลงจะเลือกนั่นแหละ” อาจารย์ชอนตอบออกมา
ซึ่งนั่นก็ทำให้คังแดซองรีบหันไปมองที่พี่คุชอย่างเว้าวอนในทันที...
“เออ...เอ็งก็ได้...กูขี้เกียจคิด” คุชตอบออกมาอย่างไม่ได้ใส่ใจ
หากแต่เมื่อสิ้นคำตอบนั้น คังแดซองก็ดีใจจนวิ่งไปโผเข้ากอดพี่ชายหน้าโหดที่เอาแต่ตกอกตกใจเสียจนดิ้นหนีไม่เป็นท่า...
“ส่วนนาย...ชเวซึงฮยอนใช่มั้ย....”
คราวนี้อาจารย์ชอนหันมามองเขาที่ยืนเงียบอยู่ด้านหลังมาพักใหญ่ ร่างสูงสะดุ้งขึ้นเล็กน้อยเมื่อถูกเรียก แต่พอตั้งสติได้ เขาก็หันไปขานรับ
“ครับ”
“อดีตผู้อำนวยการ ฝากฉันมาบอกนายน่ะ ว่าขอบคุณมาก ที่ดูแลจียงเป็นอย่างดี แล้วท่านก็ฝากของสิ่งนี้มาให้ด้วย...”
อาจารย์ชอนพูดขึ้น พร้อมกับยื่นกล่องเล็กๆ ใบหนึ่งให้กับเขา... ชเวซึงฮยอนจึงเดินเข้าไปรับมันมาถือเอาไว้ ก่อนจะหันหน้าไปมองจียงที่กำลังจ้องมาที่เขาด้วยแววตาที่เขาไม่อาจเข้าใจ ความหมาย...
“ไปกันเถอะ ลุงของเธอรออยู่ที่สนามบินแล้ว”
สิ้นคำพูดของอาจารย์ชอน จียงก็หันไปโค้งลาทุกๆ คนที่อยู่ในห้องโถง ตลอดจนลุงยามที่มายืนแอบมองอยู่ข้างประตู...
แล้วสุดท้าย...
ร่างบางก็หยุดมองอยู่ที่เขาก่อนจะพูดออกมาสั้นๆ..........
“ฉันไปนะ...”
“..........”
ไม่มีคำพูดใดๆ เกิดขึ้นอีกระหว่างพวกเขา .... มีเพียงแค่พูดสั้นๆ ที่ดูเหมือนจะไร้เยื่อใย... แต่เขาเองก็ไม่สามารถพูดอะไรมากไปกว่าการพยักหน้ารับ...เพราะการเห็นคนที่ เรารักเดินจากไปตรงหน้า... โดยไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อไหร่นั้น มันก็เป็นเรื่องที่ทำให้เขารู้สึกทรมานในหัวใจอยู่ไม่น้อย...
มันไม่มีคำหวานๆ ส่งท้าย...
ไม่มีจูบลากลางสนามบิน เหมือนในละครทีวี...
และแผ่นหลังเล็กๆ ก็ค่อยๆ จางหายลงจนลับสายตา จนกระทั่งเสียงรถยนต์ดังขึ้น และเงียบลงไปท่ามกลางบรรยากาศที่หงอยเหงา...
ในเวลานี้ ชเวซึงฮยอนทำได้แค่ยืนมองส่ง แล้วก็รอต่อไป ตามที่ได้สัญญาเอาไว้.......
ก็เท่านั้น.....
ความวุ่นวายภายในหอพักก็เกิดขึ้นอยู่พักใหญ่หลังจากการจากลาของจียงเมื่อครู่...
ผู้คนมากมาย ล้วนแต่เข้ามาให้กำลังใจ จนเขาไม่เป็นอันจะทำอะไรสักอย่าง... แม้แต่ภริยาลุงช้อยก็ยังทำมื้อเที่ยงมาเลี้ยงเขาด้วยความสงสาร ซึ่งกว่าที่เขาจะหนีกลับขึ้นมาบนห้องได้ ก็เล่นเอาเหนื่อยใจอยู่ไม่น้อย…
แต่ถึงอย่างนั้น พี่เท็ดดี้ พี่เบ็คกี้กับพวกไอ้ยองเบก็ยังตามมาหลอกหลอนที่ห้องของเขา แถมยังมานั่งๆ นอนๆ อยู่ข้างตัวเขาไม่ห่าง และแม้ว่าจะรู้สึกรำคาญอยู่นิดๆ แต่อย่างน้อยเขาก็นึกขอบใจที่คนเหล่านี้ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกหดหู่มากจนเกิน ไปนัก…
“ไอ้ท๊อป....ลุงจียงให้อะไรมึงมาวะ เปิดดูเร็วๆ ดิ”
อยู่ๆ ทงยองเบก็พูดขึ้นมา ในขณะที่เขากำลังนั่งกินข้าวอยู่ในห้อง...
“เออ นั่นดิ...แกะเลยเหอะ พวกกูอยากรู้”
ซองเบคยองตะโกนขึ้นบ้าง พร้อมกับกระโดดขึ้นมานั่งบนเตียงของเขาอย่างถือวิสาสะ แต่นั่งอยู่ได้ไม่นาน ปาร์คเท็ดดี้ก็เดินมาหิ้วรุ่นพี่ตัวเล็กออกไป แล้วเดินมานั่งบนเตียงของเขาแทนที่
“อย่าช้าดิวะ ไอ้ท๊อป พวกกูต้องรีบกลับมหาลัยนะเว้ย!”
ปาร์คเท็ดดี้ รบเร้าซ้ำอีกคนหนึ่ง จนในที่สุด ชเวซึงอยอนก็ยอมวางช้อนลง แล้วหันไปหยิบกล่องกระดาษใบเล็กๆ ที่วางอยู่ข้างเตียงขึ้นมา
“เออๆ....รู้แล้ว เปิดดูก็ได้...”
ร่างสูงพยายามจะพิจารณากล่องกระดาษที่เขาได้รับ...
มันเป็นเพียงกล่องกระดาษที่มีขนาดเล็กกว่าฝ่ามือ จนสามารถสอดเข้ากระเป๋าเสื้อได้ง่ายๆ แล้วก็ไม่ได้มีลวดลายอะไรมากนัก...
อันที่จริง...
ตอนแรก เขาตั้งใจว่าจะเปิดดูตอนที่อยู่คนเดียว... แต่ถ้ามีคนมารบเร้ามากถึงขนาดนี้ เขาก็คงจะปฏิเสธออกไปไม่ได้
“เฮ้ย ตื่นเต้นว่ะพี่”
อีซึงริ พูดขึ้น พลางเดินเข้ามาเกาะขาเพื่อมองดูเขาแกะกล่องนั้นอย่างลุ้นระทึก และในไม่ช้า กล่องกระดาษสีขาวก็ถูกเปิดออก พร้อมกับของบางอย่างที่อยู่ในนั้น...
กล่องบุหรี่...
กับจดหมาย.....
“เห...บุหรี่เหรอวะ...ลุงของจียงเขาให้บุหรี่มึงทำไมวะไอท๊อป”
ปาร์คเท็ดดี้ถามออกมา แต่พอเขาเห็นกระดาษจดหมายที่แนบมาด้วย รุ่นพี่จอมจุ้น ก็รีบดึงมันมาเปิดดูอย่างถือวิสาสะ...
“เฮ้ย ไอ้เท็ดดี้ มึงทำแบบนี้มันเสียมารยาทนะเว้ย...” ซองเบคยองหันไปด่าเพื่อนตัวสูง ก่อนจะดึงกระดาษจดหมายนั้นคืนมา “เอามานี่ เดี๋ยวกูอ่านเองดีกว่า”
พูดจบ รุ่นพี่ตัวเล็กก็คลี่กระดาษนั้นออกมา ท่ามกลางสายตาของทุกคนที่มองดูอย่างตื่นเต้น ในขณะที่ชเวซึงอยอนก็ยังคงนั่งอึ้งกับซองบุหรี่ปริศนาจากผ.อ.นั้นไม่สร่าง
“ 'to พี่ท๊อป....' เฮ้ย ผ.อ.เรียกมึงว่าพี่ท๊อปเลยเหรอวะ...นี่มึงเล่นของสูงเลยนะเนี่ย” ซองเบคยองเอ่ยขึ้น และเขาก็โดนเท็ดดี้ตบหัวเข้าอีกครั้ง
“พ่อมึงสิ ไอ้เบ็ค กูว่าจียงนั่นแหละเป็นคนเขียนจดหมาย” เท็ดดี้พยายามจะอธิบายข้อสันนิษฐาน แต่นั่นก็ยังทำให้ชเวซึงฮยอนสงสัย
“แล้วทำไมอาจารย์ชอนเขาถึงบอกว่าอดีตผ.อ.ฝากมาอะพี่...” ร ชเวซึงอยอนหันกลับไปถาม แต่ยังไม่ทันที่ปาร์คเท็ดดี้จะตอบอะไร สายตาเฉียบคมของรุ่นพี่จอมสอด...ส่อง ก็เหลือบไปเห็นตัวอักษรเล็กๆ ที่อีกด้านหนึ่งของกระดาษจดหมายที่เบคยองถืออยู่...
“ถึง ชเวซึงฮยอน...จียงเขียนจดหมายฉบับนี้เอาไว้ ตอนที่เขามาเก็บของที่บ้านฉันเมื่อวานนี้ แต่ดูเหมือนเขาจะไม่กล้าส่งให้นาย ฉันเลยฝากชอนมาให้...หวังว่านายจะเก็บมันไว้ดีๆ...." ปาร์คเท็ดดี้อ่านออกเสียง ก่อนจะเอ่ยแซวขึ้นเล็กๆ “ โห...แม่งลงชื่อซะอย่างกะหนังสือราชการ แถมยังแนบที่อยู่ เบอร์โทศัพท์ และอีเมลล์ไว้ให้อีกต่างหากว่ะ ลุงแม่งเจ๋งเป้ง!”
และเมื่อชเวซึงฮยอนได้ยินสิ่งที่เท็ดดี้อ่านให้ฟังเมื่อครู่ ร่างสูงก็เอื้อมไปคว้ากระดาษจดหมายคืนมาแล้วรีบอ่านมันอย่างรวดเร็ว...
ซึ่งในช่วงต้นของจดหมาย มันก็มีข้อความที่เขียนเอาไว้...
‘อันที่จริง...มันค่อนข้างน่าอายที่จะพูดขึ้นต่อหน้า เหมือนอย่างที่พี่เคยทำ... แต่ฉันก็อยากจะให้พี่ได้รู้...ว่าฉันเอง ก็มีเหตุผลอยู่ห้าข้อ ที่อยากให้พี่รอฉันกลับมาเหมือนกัน...’
สิ้นย่อหน้าแรก ชเวซึงฮยอนที่อ่านมันอยู่ในใจ ก็ค่อยๆ เผยรอยยิ้มออกมาจนคนอื่นๆ พากันบังคับให้เขาเปลี่ยนมาอ่านออกเสียง...
แม้จะไม่ค่อยเต็มใจ แต่สุดท้ายเขาก็ยอมทำตามอย่างว่าง่าย...
‘ข้อแรก... ฉันจะเลิกสูบบุหรี่...เพราะว่าพี่ไม่ชอบบุหรี่...’
ชเวซึงฮยอนอ่านมันออกมาด้วยความดีใจ หากแต่ปาร์คเท็ดดี้ที่นั่งฟังอยู่ก็พูดขึ้นขัดจังหวะ
“โหย น้องเขาสูบบุหรี่ แต่ทำไมปากแม่งยังชมพู๊ชมพูอยู่เลยวะ!....”
“อย่าเพิ่งขัดดิพี่” ชเวซึงฮยอนหันไปดุใส่รุ่นพี่เล็กน้อยก่อนจะกลับมาอ่านต่ออย่างตั้งใจ...
‘ข้อสอง... ฉันไม่ชอบกินข้าวคนเดียว ฉันอยากให้พี่เลี้ยงข้าวอีกนะ’
พออ่านเหตุผลข้อนี้ ชเวซึงฮยอนก็ยิ้มออกมาจนกว้าง เขารู้สึกใจเต้นรัวขึ้นเรื่อยๆ เมื่ออ่านเหตุผลในแต่ละข้อ...เช่นเดียวกับคนอื่นๆ ที่ฟังไป ตื่นเต้นไปไม่แพ้กัน...
‘ข้อสาม...พี่เคยบอกว่า พี่ไม่สน ว่าจะอยู่ในสถานะอะไรสำหรับฉันก็ตาม...ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นรูมเมท หรือยามเฝ้าเตียง...
…แต่รู้มั้ย...ที่จริงแล้ว...พี่เป็น ‘ความสุข’ ของฉันต่างหาก...’
พออ่านจนถึงข้อนี้ ชเวซึงฮยอนก็กำกระดาษเอาไว้จนแน่นด้วยความตื้นตันใจ...
เขาไม่เคยคิดมาก่อน ว่าจียงจะคิดกับเขาแบบนี้...
ตั้งแต่ตอนที่เขาพากลับมา จียงก็ดูจะยิ้มง่ายขึ้นเยอะ...และไม่ว่าเขาจะพูดอะไรออกไป...เจ้าตัวเล็กก็ เอาแต่ยิ้มหรือไม่ก็หัวเราะ เสียจนบางครั้งเขาก็คิดว่าจียงอาจจะมองเห็นเขาเป็นแค่ตัวตลกเท่านั้น...
แต่ตอนนี้เขารู้แล้วล่ะ...
ว่าเขาคิดผิดไปมากแค่ไหน...
ชเวซึงฮยอนหยิบกระดาษขึ้นมาอ่านต่ออีกครั้ง ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว ท่ามกลางกลุ่มสนับสนุนที่แทบจะยกป้ายเชียร์กันอยู่ตรงหน้า...
และเหตุผลข้อถัดมา ก็ถูกอ่านออกเสียงขึ้นในไม่ช้า...
‘ข้อสี่... ฉันบอกกับลุงไว้ ว่าฉันจะกลับมาเข้ามหาวิทยาลัยที่โซล เพราะงั้น หวังว่าเราคงจะได้เป็นรูมเมทกันอีกครั้งนะ’
พอชเวซึงฮยอนอ่านข้อนี้จบ จู่ๆ ทงยองเบก็ร้องตะโกนออกมาอย่างดีใจ เช่นเดียวกับชเวซึงฮยอนเองที่เริ่มรู้สึกโล่งอกไปเช่นกัน...
ในเวลานี้ เขาคงไม่มีอะไรที่เขาต้องกังวลอีกแล้วล่ะ
ไม่ต้องห่วงอีกแล้วว่าจียงอาจจะไม่กลับมา...
เพราะเหตุผลทั้งห้าข้อ มันกำลังบอกย้ำให้เขาได้มั่นใจ ว่าเขาเองก็มีความหมายสำหรับจียงไม่น้อยไปกว่ากัน....
และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเหตุผลในข้อสุดท้าย...
‘ที่จริงแล้ว ฉันไม่รู้จะพูดออกมายังไง...แต่ฉันก็อยากให้พี่รู้...’
คราวนี้ชเวซึงฮยอน อ่านมันด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ราวกับคนจะร้องไห้จนซองเบคยองที่นั่งฟังอยู่ก็ทนไม่ไหว เลยดึงมันไปอ่านด้วยตัวเอง และออกเสียงออกมาดังลั่น...
“ฉันอยากให้พี่รู้...”
“............”
“ว่าฉันเอง.....ก็รัก ความสุข ของฉันเหมือนกัน”
“..............”
สิ้นเสียงของซองเบคยอง ความเงียบก็บังเกิดขึ้นภายในห้อง พร้อมๆ กับทุกสายตาที่มองตรงไปยังชเวซึงฮยอนอย่างอิจฉา...
และไม่นานนัก ปาร์คเท็ดดี้ก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบนั้นลงไป...
“นั่งบื้ออยู่ทำไมวะไอ้ท๊อป...มึงรีบตามเค้าไปสนามบินดิวะ...” ปาร์คเท็ดดี้ลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะออกแรงผลักให้รุ่นน้องที่นั่งตัวแข็งเป็น หินรีบลุกขึ้นตามเขาโดยเร็ว
“เออ นั่นดิ น้องเค้าไปบ่ายโมงไม่ใช่เหรอวะ มึงตามไปตอนนี้ยังทันนะเว้ย” ทงยองเบสนับสนุนขึ้นอีกคน แต่ถึงอย่างนั้น ชเวซึงฮยอนก็ยังลังเลใจ
“แต่จียงห้ามไม่ให้กูไปส่งที่สนามบินนี่หว่า...” ร่างสูงหันไปตอบ พอได้ยินแบบนั้น ซองเบคยองก็ปีนเตียงขึ้นไปตบหัวรุ่นน้องเข้าทีหนึ่งอย่างเหลืออด
“ถ้าเค้าห้ามไม่ให้มึงปล้ำ มึงจะไปทำหมันด้วยเลยมั้ยไอ้โง่!”
ซองเบคยองด่าออกมาเสียงด้ง จนชเวซึงฮยอนต้องพยายามทำความเข้าใจกับด่านั้นอยู่พักใหญ่...จวบจนกระทั่งซึง ริที่นั่งเชียร์เงียบๆ มานานเริ่มจะทนไม่ไหว
“พี่ไปตามจียงเหอะ เชื่อผม...อย่างน้อยก็ขอให้ได้จูบลาสักทีก็ยังดี ให้เขารู้ว่าพี่อ่านจดหมายนี้ไปแล้ว และให้รู้ว่าพี่รักเค้าแค่ไหนอ่ะ”
พอได้ยินรุ่นน้องใต้ตาดำพูดขึ้นอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบ ศตวรรษ ในที่สุด ชเวซึงฮยอนก็ตัดสินใจที่จะตามจียงไปยังสนามบินอย่างเร่งด่วน
“ก็ได้...ฉันจะไป...” ร่างสูงกำหมัดเฉียง 45 องศาขึ้นอย่างมุ่งมั่น แล้วในทันใดนั้น ปาร์คเท็ดดี้ก็จัดการเอากุญแจรถมายัดใส่มือเขา..
“เอานี่ไป มอไซด์ไอ้เบ็ค กูให้มึงยืม”
“ขอบคุณนะพี่!”
ชเวซึงฮยอนรับมันมาถือเอาไว้ในมือ ก่อนจะหันไปโค้งขอบคุณพี่ๆ ทั้งสอง และแท็กมือกับพวกเพื่อนที่สนับสนุนเขามาโดยตลอด
ตอนนี้เป็นเวลาสิบเอ็ดโมงสิบห้านาที...
ร่างสูงรีบวิ่งลงบันไดสี่ชั้นไปอย่างรวดเร็วโดยไม่รู้สึกถึงความเหนื่อย หอบเลยแม้แต่น้อย และแม้ว่าจะมีใครเอ่ยถามเขาตลอดทางว่าเขากำลังจะวิ่งไปไหน แต่ชเวซึงฮยอนก็ไม่มีเวลาแม้แต่จะหันไปตอบ...
เพราะตอนนี้ ...เขาต้องรีบไปให้ถึงสนามบินให้ได้เร็วที่สุด...แม้ว่ามันค่อนข้างจะไกล แต่เขาก็เชื่อมั่นในพลังใจ และรถมอเตอร์ไซด์ของเฮียเบ๊ค ว่ามันจะสามารถพาตัวเขาไปยังสนามบินได้ทันเวลาแน่ๆ....
และในไม่ช้า...มอเตอร์ฮาเลต์ เดวิสันที่จอดอยู่ข้างป้อมของลุงยามก็ถูกสตาร์ท... และขับออกไปด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่เขาจะทำได้...
บนถนนในตอนนี้มีรถเยอะเหมือนอย่างเคย... ยิ่งในเวลาเที่ยงๆ แบบนี้แล้ว คนยิ่งออกมาหามื้อกลางวันกินกันจนทำให้รถติดอยู่นาน....ชเวซึงฮยอนมองนาฬิกา ข้อมือของตัวเอง ก่อนจะพยายามหาทางลัดที่ไวที่สุดที่จะสามารถตรงไปยังสนามบินได้...
แล้วในที่สุด เขาก็มองเห็นซอยลับที่สามารถทะลุออกไปยังถนนอีกเส้นได้ในเวลาอันสั้น...
อันที่จริง มันก็เป็นข้อดีอย่างนึงของคนที่เคยชอบเที่ยวเตร่อย่างเขา ที่จะสามารถรู้จักเส้นทางแปลกๆ ในกรุงโซลได้เป็นอย่างดี...ซึ่งในที่สุด เจ้าเส้นทางที่ว่านี้ ก็พาเขามาสู่ถนนที่จะพาเขาไปสู่สนามบินกิมโปได้ในเวลาไม่นานนัก...
เวลา 12 .10 น.
ชเวซึงฮยอนก้าวลงจากฮาเลต์เดวิดสัน ของเบคยอง ก่อนจะรีบออกตัววิ่งเข้าไปในอาคารผู้โดยสาร และพยายามจะมองหาเด็กหนุ่มเดฟแดงผมทองที่มากับคุณลุงมาดขรึม
เขาหยิบรูปถ่ายของจียงรูปเดิมที่พกเอาไว้ในกระเป๋าสตางค์แล้วเอาไปถามกับเจ้าหน้าที่ของสนามบินหลายต่อหลายคน...
แต่สุดท้ายเขาก็ยังไม่ได้คำตอบ...
เวลา 12.25 น....
ชวซึงฮยอน ถอนหายใจออกมา...เขาคิดว่า บางที...ตอนนี้จียงอาจจะอาจจะเดินเข้าเกทไปแล้วก็ได้... และถ้าเป็นอย่างจริงๆ ... เขาก็คงหมดหวังที่จะได้จูบลาหวานๆ กลางสนามบินเหมือนอย่างที่หวังเอาไว้เป็นแน่...
ซึงอันที่จริงแล้ว...
การ ที่เขาอุตส่าห์ดั้นด้นมาจนถึงนี่ ก็ไม่ใช่อะไรหรอก...
มันก็แค่...
เขารู้สึกอยากทำอะไรสักอย่างให้จียงได้มั่นใจว่าเขาจะรออยู่ไม่จากไป ไหน...เหมือนอย่างทีจียงอุตส่าห์เขียนจดหมายนั้นเอาไว้ เพื่อทำให้เขามั่นใจว่าจียงจะกลับมาอย่างแน่นอน...
และที่สำคัญ...
เขาก็อยากจะให้ฉากจบมันดูโรแมนติกเหมือนอย่างในละครทีวีบ้างอะไรบ้าง...
ก็เท่านั้น...
และในขณะที่เขากำลังเดินท้อใจออกมาจากหน้าเคาเตอร์
จู่ๆ เสียงแหลมขึ้นจมูกของชายชราคนหนึ่ง ก็ดังขึ้นจากหน้าจุดตรวจพาสปอร์ต
“ชเวซึงฮยอน...นั่นนายใช่มั้ย?”
ชเวซึงฮยอนรีบหันไปมองต้นเสียงในทันที แล้วเขาก็ได้พบกับชายชราในชุดเสื้อโค้ทสีกากีกำลังยืนอยู่ข้างเด็กหนุ่มผมทองเดฟแดงที่เขากำลังตามหา
ชเวซึงฮยอนตะโกนกลับไปจนเสียงดังลั่น
“จียงงงง!”
ร่างสูงร้องลั่น พลางวิ่งไปที่จุดตรวจพาสปอร์ตอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้...
ในเวลานี้ เสียงประกาศเรียกผู้โดยสารขึ้นเครื่องก็ดังขึ้นเรื่อยๆ จนชเวซึงฮยอนรู้ตัวดีว่าคงจะเหลือเวลาอีกไม่มาก...
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังอยากจะบอกลา...
“พี่...ท๊อป”
ดวงตาเรียวมองมาที่เขาด้วยอาการเก้ๆกังๆ สลับกับการหันไปมองที่ลุงของเขาซึ่งยืนนิ่งอยู่ข้างๆ ...
“เอ่อ...สวัสดีครับ....”
เขาโค้งให้กับลุงของจียงที่กำลังมองมายังเขาด้วยใบหน้าที่ยากจะตีความหมาย แต่ถึงจะยิ้มออกมา ในใจของเขาก็ยังแอบหวาดหวั่นอยู่ไม่น้อย
“อืม...นายมาส่งจียงงั้นรึ” อดีตผู้อำนวยการถามขึ้นเรียบๆ เขาจึงพยักหน้าตอบ...
“เอ่อ...ครับ...ผมขอคุยกับจียงแป๊บนึงได้มั้ยครับ”
เขาเอ่ยขอออกไปอย่างตะกุกตะกัก... แต่อดีตผ.อ.กลับส่ายหน้า...
“ฉันเข้าใจนายนะ...แต่เราจำเป็นต้องรีบเข้าไปข้างในแล้ว เราสายมากแล้ว...”
สิ้นคำพูดของอดีตผ.อ. ... ชเวซึงฮยอนก็พยายามคิดหาทางออก ว่าเขาควรจะทำยังไง เพื่อที่จะได้จูบลาจียงได้สำเร็จดั่งที่หวังไว้ โดยที่ผู้อำนวยการไม่เห็น และจียงก็ไปขึ้นเครื่องได้ทันเวลา...
และแม้ว่าปกติสมองของเขามันจะช้า... แต่ในเวลานี้ เขาก็สามารถคิดหาทางออกได้อย่างรวดเร็ว...
“เฮ้ย!!...ผ.อ.ครับ...นั่น!...ปิกาจูบนเพดาน!!!”
ชเวซึงฮยอนทำน้ำเสียงตกอกตกใจอย่างที่สุด พร้อมกับชี้นิ้วไปยังเพดานอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งท่าทางโอเวอร์ของเขาก็ทำให้ผู้อำนวยการหลงเชื่อและหันไปมองในทันที...
พรึ่บ!
ในวินาทีนั้น!...
ชเวซึงฮยอนก็รีบใช้เวลาอันน้อยนิด ดึงใบหน้าของจียงเข้ามาใกล้ แล้วประกบปากลงไปอย่างเร่งรีบ
อย่างน้อย...ก็พอให้ได้กลิ่นความหอมหวานที่เขาอยากจะจดจำเอาไว้ก่อนจากลาอีกครั้ง...
ซึ่งในไม่ช้า...
เขาก็รีบผละตัวออกมา แล้วทำปากขมุบขมิบเป็นคำว่า ‘รักนะ’ ให้จียงได้เห็นอีกทีหนึ่งเป็นการส่งท้าย...
“หืม...ปิกาจูอะไรของนาย”
ในที่สุด ผู้อำนวยการก็หันกลับมา พอดีกับที่ชเวซึงฮยอนกลับมายืนในท่าปกติอีกครั้ง พร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฏเรื่อๆ อยู่บนใบหน้าของเจ้าตัวเล็กซึ่งพยายามจะกลั้นหัวเราะเอาไว้โดยไม่พูดอะไรออกมา...
“เอ่อ...เปล่าครับ ผมคงตาฝาดไปเอง” ชเวซึงฮยอนตอบออกไป พลางแอบหันไปยักคิ้วให้คนตัวเล็กที่ยืนมองเขาอยู่ใกล้ๆ
“อืม...พวกฉันต้องไปแล้ว...ขอบใจนะที่มาส่ง”
สุดท้าย ผู้อำนวยการก็พูดขึ้นอีก ก่อนจะดันตัวจียงให้เดินกลับไปยังจุดตรวจพาสปอร์ตเช่นเดิม เขาจึงหันไปโค้งให้อดีตผู้อำนวยการอีกครั้งเป็นการบอกลา...
“เดินทางปลอดภัยนะครับ................คุณลุง”
สิ้นคำพูดของเขา...อดีตผ.อ.ซึ่งได้ยินสรรพนามคำใหม่ที่เขาเรียกออกไปก็มีท่าทีตกใจเล็กน้อย แต่ท่านก็ยังพยายามจะสงบท่าทีเอาไว้ก่อนจะพาจียงเดินไปข้างหน้า
และดูเหมือน ก่อนจากไป...
คุณลุงยางกูนจะแอบปล่อยระเบิดลูกสุดท้ายเอาไว้ลูกใหญ่ ด้วยการหันไปพูดกับจียง...ต่อหน้าเขา...
“คราวหน้าคราวหลัง ก็อย่าทำอะไรประเจิดประเจ้อนักนะ...มันไม่ดี”
".........." !!!!
สิ้นคำพูดนั้น... ทั้งเขาและจียง ต่างก็หลุดยิ้มออกมาพร้อมกัน โดยไม่ได้นัดหมาย และร่างบางก็แอบหันหลังมายิ้มหวานๆ ให้เขาอีกครั้ง ก่อนจะเดินเข้าเกทไปในไม่ช้า...
13.00 น.
เวลานี้...เครื่องบินก็คงจะออกไปแล้ว อีกไม่กี่ชั่วโมงสุดที่รักของเขาก็คงจะไปถึงญี่ปุ่น...
ซึ่งแม้ว่าวันนี้.....จียงจะเดินจากไปโดยไม่ได้พูดอะไรกับเขาสักคำ
แต่เพียงแค่รอยยิ้มนั้น...
กับสายตาแบบนั้น....
มันก็เจ๋งกว่าละครทุกเรื่องที่เขาเคยดูมาแล้วล่ะ...
อืม....
แล้วทำไมคนแม่งมองเขากันทั้งสนามบินเลยวะ!
ไม่เคยเห็นคนหน้าตาดีมีแฟนน่ารักกันรึไง....SHIT! ! !
END!!!!
จบแล้ว....
ในที่สุดเรื่องนี้ก็จบแล้ว....
ไหนๆ มันก็คือตอนจบ ... มาคอมเมนต์บอกลา 407 กันเถอะค่ะ *ทำตาปิ๊งๆ*
เราอยากรู้ว่าอ่านแล้วเป็นยังไงกันบ้าง เวลาเขียนมันก็อยากจะรู้ฟีดแบ๊คอ่ะค่ะ ยิ่งตอนท้ายๆ คอมเมนต์น้อยลงหลายเท่าตัวแบบนี้ มันก็มีโศกบ้างอะไรบ้าง
เรื่องนี้เป็นเรื่องยาวเรื่องแรกที่เขียนจบ และจะเป็นเรื่องยาวเรื่องสุดท้ายที่จะเขียน... บอกตรงๆ เราก็อยากจะได้คอมเมนต์เยอะๆ เอาไว้เก็บไว้ดูเวลาคิดถึง ว่าครั้งหนึ่ง เราก็เคยเขียนฟิคยาวจบเหมือนกันอ่ะ หุหุ
สุดท้ายนี้ ขอบคุณมากนะคะ ที่อ่านมาจนถึงตอนนี้ ... มีความสุขจริงๆ ที่เขียนเรื่องนี้ออกมา
ขอบคุณมากจริงๆ T_T
ปล. ตอนพิเศษ NC special เจอกันในเล่มก่อนนะคะ แล้วสิงหาจะมาปล่อยลงบล๊อก
ปล.2 รวมเล่ม 407 หมดเขตโอน 30 มิถุนานี้นะคะ ใครไม่สะดวกโอนในเวลา กรุณาเมลล์มาด้วยนะคะ เพราะเราจะเอายอดพิมพ์ตามยอดที่โอนมา ไม่มีการพิมพ์เผื่อนะคะ
ปล.3 ใครที่โอนมาแล้วอย่าลืมแจ้งโอนน้า...
ปล.4 รักคุณณณณณณณที่เข้ามาอ่าน
ปล.5 รักน้องแด และบ๊กแบงมากๆๆๆๆๆๆๆๆ เข้มแข็งเข้าไว้ ฟ้าหลังฝนสดใสกว่าเสมอ!!!!
GoodBYE!!!

edit @ 26 Jun 2011 09:57:04 by Xtravaganzy(horrorpig)
edit @ 26 Jun 2011 20:55:16 by Xtravaganzy(horrorpig)

แต่เห็นคำว่า Goodbye แล้วมันใจหาย TT [] TT
ถูกชะตากับฟิคเรื่องนี้มากกกกกกกก ซะจนอยากให้มันยาวกว่านี้ ~
แต่เราก็รู้ ว่าแป๋มค่อนข้างยุ่งอย่างสาหัสอ่านะ ฮ่าๆ
ยังไงก็ขอบคุณมากๆ ที่แต่งฟิคน่ารักกระชากไส้แบบนี้มาให้อ่าน
ยิ่งอ่านยิ่งหลงอีโป้ (ปกติจะหลงน้องจี ฮ่าๆ )
เดี๋ยวอ่านจบจะมาเมนท์ให้อีกที แต่ตอนนี้ทนไม่ไหว ขอเกรียนปาดเมินซักนิด เพราะใจหายกับคำว่าEND ฮื้อออออ ~~~
ป.ล. รักคนแต่งเหมียนเดิม ~~
#1 By PoMu69 on 2011-06-26 09:08