[OS] Silent Christmas
posted on 22 Apr 2011 20:49 by xtravaganzy24 ธันวาคม …
ค่ำคืนที่เหน็บหนาว....ทว่าอบอุ่น
ละอองสีขาวของหมู่หิมะที่อบอวนอยู่บนผิวอากาศ ลอยล่องละลิ่วไปตามกระแสของสายลม
บางอณูนั้นปลิวมากระทบกับผิวกระจก ... บางอณูนั้นกลับตกกระทบลงกับผืนดินที่เริ่มจะขาวโพลนไปด้วยสีสันแห่งฤดูเสียแล้ว
“โฮ่งๆ”
เสียง ร้องเรียกของเพื่อนต่างสายพันธุ์ทั้งสองดังขึ้นมาเพื่อเรียกร้องความสนใจ สายตาของผมเลิกขึ้นมองดูเจ้าตัวน้อยสองสหายที่รังแต่จะเติบโตมากขึ้นทุกวันๆ อย่างไม่มีท่าทีจะหยุดพัก...
“หิวแล้วรึไงกาโฮ ชาร์ลี?”
“โฮ่งๆ”
เจ้า ของร่างย่นเห่าตอบ หากแต่เจ้าขนสีทองกลับเงียบและเอียงคอมองมาอย่างออดอ้อนเสียแทน เห็นท่าทางนั้นก็พลันให้ผมอมยิ้มแล้วรีบเดินไปหยิบกล่องอาหารสุนัขจากในห้อง ครัว เพื่อมาเติมลงใส่ถาดอาหารให้โดยเร็ว
“กาโฮชอบกินรสตับ แต่ชาร์ลีชอบกินรสเนื้อ”
เสียงเล็กๆ ดังก้องขึ้นในหูของผม เตือนระลึกให้นึกถึงครั้งอดีตที่แสนจะคิดถึง...
ในค่ำคืนแห่งคริสมาสต์เมื่อ 365 วันที่ผ่านมา...
.
.
.
.
.
Silent night… holy night…
All is calm…all is bright…
เพลงประสานเสียงที่ใช้ขับกล่อมในคืนวันคริสมาสต์ ดังก้องออกมาจากเครื่องเสียง ที่ผมเปิดคลอเอาไว้ให้เข้ากับบรรยากาศ
ร่าง เล็กถักเสื้อไหมพรมตัวน้อยๆ ขึ้นมาสองตัว เพื่อมอบให้เจ้าลูกหมาทั้งสองที่ยังไม่โตเต็มที่นัก อ้างเอาเองว่าพวกมันคงจะหนาว...หิมะโปรยเช่นนี้ก็ต้องใส่เสื้อผ้าจากไหมพรม เท่านั้น...และไหมพรมที่ว่าก็ควรถักขึ้นมาด้วยมือ ...มิใช่หาซื้อจากร้านค้าที่ไหน....
“ไม่เหนื่อยรึไง...นั่งถักทั้งวันทั้งคืนแบบนี้น่ะ...ซื้อเอาไม่ดีกว่าเหรอ?”
ผม หันไปพูดกับจียง ที่กำลังนั่งห่มตัวด้วยเสื้อกันหนาวหลายชั้นอยู่บนโซฟา สองมือถักร้อยเส้นด้ายสีสดไปมาอย่างขะมักเขม้น ริมฝีปากเม้มแน่นเพื่อข่มความเหน็บหนาวเอาไว้ภายใน
“ผ้าที่เราถักเอง มันอุ่นกว่าผ้าที่คนอื่นถักให้ตั้งเยอะนะ...”
ร่างเล็กตอบกลับด้วยสีหน้านิ่งเฉย นัยน์ตาไม่ได้มองกลับมาที่ผมเลยสักนิด
“น่าอิจฉาจังนะ...แล้วไม่มีให้ฉันบ้างเหรอ?”
ทรุดกายลงนั่งข้างๆ บนโซฟาตัวใหญ่ แกล้งเขยิบตัวเองไปใกล้เพื่อเบียดร่างเล็กให้แนบชิด
“ผ้าพันคอผืนละหนึ่งแสนวอน...ถ้าเสื้อก็ตัวละห้าแสนวอน”
ดวงตาเรียวฉายประกายเจ้าเล่ห์ แลดูน่าหมันไส้จนผมอยากจะแกล้งเข้าให้เสียเหลือเกิน
“งั้นไม่เอาก็ได้...แก้หนาวด้วยวิธีอื่นดีกว่า”
ว่าพลางขยับตัวเข้าไปชิดขึ้น และชิดขึ้น
แกล้งเลื่อนมือไปโอบเอวบางของร่างเล็กเอาไว้ ซุกใบหน้าไปบนผืนไหล่เล็กๆ นั้นอย่างหยอกล้อ
“แล้วถ้าเอาคนถักล่ะ ราคาเท่าไหร่?”
คำถามของผม ทำเอาคนตัวเล็กส่งสายตากลับมาอย่างงอนๆ
“ไม่ขาย..ผมไม่ใช่ของซื้อของขายนะ”
“ถ้างั้น...ฉันขอฟรีได้มั้ยล่ะ?”
พูด จบ ผมก็รีบเอื้อมมือไปรั้งคางเรียวของจียงให้เลื่อนเข้ามาใกล้ ก่อนจะจุมพิตลงไปที่มุมปาก แกล้งยั่วคนตัวเล็กให้เขาโวยวายเล่นเพื่อเพิ่มความครึกครื้นในคืนวัน คริสมาสต์ปีนี้...
“พี่ซึงฮยอน...แกล้งผมสนุกมากนักรึไง”
“สนุกสิ ถ้าไม่สนุกจะแกล้งเหรอ...?”
“ผมไม่คุยกับพี่แล้ว...ไปเล่นกับกาโฮกับชาร์ลีดีกว่า”
พูดจบ ร่างเล็กก็ลุกขึ้นจากโซฟาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับวางผืนไหมพรมที่ถักค้างเอาไว้แทนที่...
ผมมองดูจียงลูบหัวของกาโฮสลับกับชาร์ลีไปมา...ทั้งยอมปล่อยให้พวกมันเลียแก้มของเขาอย่างไม่รังเกียจ...
ยิ่งมอง...ผมก็ยิ่งหลงใหล...
เป็นเวลานานเท่าไหร่แล้วนะ...ที่ผมไม่ได้เห็นภาพเหล่านั้น...
คิดถึง...
ผมคิดถึงเขาเหลือเกิน........................
“โฮ่งๆ”
เสียงเห่าของชาร์ลี เรียกผมให้ตื่นจากภวังค์ความคิดของตัวเองอีกครั้ง...
ดู ท่าว่าวันนี้ผมคงจะเหม่อลอยมากไปเสียหน่อย...โชคดีที่มีเจ้าตัวเล็กพวกนี้ คอยเตือนสติอยู่เสมอ มิเช่นนั้นผมคงจะเอาแต่คิดถึงจียงไปวันๆ อย่างไม่เป็นอันทำอะไรเสียแล้ว...
“เอาล่ะ...เจ้าตัวเล็กทั้งสอง เราไปจัดต้นคริสมาสต์กันดีกว่า...จะได้เสร็จทันตอนจียงกลับมายังไงล่ะ”
ผม พูดขึ้นพลางเดินนำเจ้าตัวเล็กทั้งสองไปที่ห้องนั่งเล่น หยิบยกกล่องลังอันโตที่บรรจุอุปกรณ์ตกแต่งไว้มากมายขึ้นมา และในทันทีที่ผมเปิดกล่องลังนั้นออก พวกมันทั้งสองก็มาช่วยกันคาบเอาของตกแต่งเหล่านั้นไปแขวนไว้ตามกิ่งของต้น คริสมาสต์อย่างแสนฉลาด...
จียงคงจะสอนเอาไว้อย่างดีสินะ...พวกมันถึงสามารถแต่งต้นคริสมาสได้คล่องแคล่วแบบนี้...
คิดถึง...
ยิ่งมองต้นคริสมาสต์ต้นนี้ก็ยิ่งคิดถึง...
ยิ่งเอื้อมมือไปประดับตกแต่งให้มันงดงามมากขึ้นเท่าไหร่...ผมก็ยิ่งคิดถึงเจ้าของต้นไม้ต้นนี้จับใจเหลือเกิน...
“สัญญากับพี่นะ ว่าเราจะฉลองคริสมาสต์ด้วยกันทุกปี...”
ผมพูดขึ้นในขณะที่ยังคงโอบกอดเอาร่างบางให้แนบไว้กับตัว ทว่าคนถูกถามกับนิ่งเงียบไม่ยอมตอบอะไรกลับมาเสียที...
“...”
“สัญญาสิจียง”
ผมรบเร้าอีกครั้ง...เพื่อหวังว่าจะได้ยินคำสัญญานั้นจากเขา...เพื่อหวังว่าเขาจะไม่ปฏิเสธคำขอร้องใดๆ...
“อือ...ผมสัญญา...ผมจะอยู่ฉลองคริสมาสต์ด้วยกันกับพี่ทุกปี...แม้ว่า...”
“แม้ว่าอะไร...”
“แม้ ว่าผมจะอยู่ไกลแสนไกลแค่ไหนก็ตาม...แต่ผมสัญญา...ว่าเมื่อไหร่ที่พี่ประดับ ต้นคริสมาสต์เอาไว้ให้ผม...เมื่อไหร่ที่บทเพลง silent night บรรเลงอีกครั้ง...แล้วเมื่อนั้น ผมจะกลับมาอยู่ข้างๆ ตัวพี่ มาฉลองคริสมาสต์ด้วยกันแบบนี้ตลอดไป...”
ผมรู้สึกทั้งเหงา...ทั้งเจ็บปวด...ในทุกๆ เช้าที่ตื่นขึ้นมา แล้วพบว่าไม่มีเขาอยู่เคียงข้าง...
มันเป็นเวลานานหลายเดือนแล้วที่เราต้องจากกันไกล...
โชคดีที่มีเจ้าหมาน้อยสองตัวที่พอจะทำให้ผมคลายเหงาและอมยิ้มได้อยู่บ้าง...
แต่เข็มนนาฬิกาที่เคลื่อนผ่านไปอย่างช้าๆ ในทุกๆ วัน ก็ทำให้ผมแทบจะคลุ้มคลั่ง...
ผมเอาแต่นั่งมองปฏิทิน...
เฝ้ามองว่าเมื่อไหร่ วันคืนอันเงียบเหงาจะผ่านพ้นไป
ในทุกๆ คืน ผมได้แต่นั่งมองท้องฟ้า...
เฝ้าตะโกนขับไล่พระจันทร์ ให้รีบหายลับตาไป แล้วเร่งเร้าพระอาทิตย์ให้รีบเริ่มต้นวันใหม่ขึ้นแต่โดยเร็ว...
…
…
…
จวบจนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาจนถึงวันนี้...
วันที่เขาได้ให้สัญญาว่าจะกลับมาพบกับผมอีกครั้ง...
ผมได้จัดเตรียมทุกอย่างเอาไว้ให้เขา เพื่อต้อนรับการกลับมาที่เขาได้สัญญาเอาไว้...
ผมเตรียมพายแอปเปิ้ลของโปรด เตรียมน้ำแครอทปั่นรสหวาน
ประดับแสงไฟสีเหลืองชมพูเอาไว้ทั่วบ้าน
ตกแต่งต้นคริสมาสต์และเปิดเพลง silent night ที่เขาชอบเพื่อรอคอยเขากลับคืนมา...
“กาโฮ...แกอย่ารื้อกล่องสิ...จียงเค้าจัดเอาไว้อย่างดีนะ...หยิบเฉพาะของแต่งที่วางอยู่ข้างบนก็พอ”
ผม หันไปห้ามกาโฮที่พยายามจะรื้อกล่องรังนั้นออกมา ก่อนจะหยิบดาวดวงโต ขึ้นไปประดับบนยอดสูงสุดของต้นคริสมาสต์ แล้วเสียบปลั๊กสวิตซ์ไฟเพื่อให้มีแสงสว่างหลากสีโอบล้อมเจ้าต้นไม้ยักษ์สี เขียวต้นนี้เอาไว้อย่างสวยงาม...
“เอาล่ะ ต่อไปก็ต้องจัดโต๊ะอาหารสินะ...ชาร์ลี กาโฮ พวกแก ไปนั่งรอเงียบๆ ก่อนนะ”
ผม ไล่ให้ทั้งสองตัวไปนั่งรอที่ห้องอาหาร ก่อนจะรีบเดินตรงเข้าไปในครัว หยิบอาหารที่เตรียมเอาไว้ไปตั้งบนโต๊ะที่ตกแต่งด้วยดอกไม้ และเชิงเทียนอันสุดแสนจะโรแมนติก...
‘พายแอปเปิล โรยด้วยผงซินนามอน แบบที่จียงชอบ น้ำแครอทปั่นผสมน้ำผึ้งที่เหยาะเกลือเล็กน้อยเพื่อดับรสคาวให้หมดไป...’
ผมพยายามเหลือเกินกับการฝึกฝนและทำมันออกมาให้เหมือนกับรสชาติที่จียงชอบ...
จัดแจงทุกสิ่งทุกอย่างมาตลอดหลายเดือนเพื่อหวังจะให้มันออกมาสมบูรณ์ที่สุดในวันนี้...
…
…
…
ในวันคริสมาสต์ที่ผมรอคอยด้วยหัวใจ...
.
.
.
.
“เรียบร้อยแล้ว...ทีนี้ก็เหลือแต่เพลงสินะ...”
เอ่ยกับตัวเองเบาๆ อีกครั้ง ก่อนจะตรงไปที่ชั้นวางของ ค้นหาซีดีเพลงคริสมาสต์คารอลที่เก็บเอาไว้...
ผม สาละวนอยู่ตรงชั้นวางของนั้นอยู่นานสองนาน และในที่สุด กล่องซีดีสีแดงสลับเขียว ที่มีลวดลายประดับประดาไปด้วยพวงกระดิ่งสีสดก็ปรากฏขึ้นอยู่บนฝ่ามือของผม อีกครั้ง... ฝุ่นละอองมากมายเกาะอยู่บนหน้ากล่องของมันจนทำให้สีสันบนปกจืดจางลงไปมาก และด้วยเหตุนั้น ผมจึงใช้ปลายนิ้วของตัวเองไล้ไปมาอยู่ครู่ใหญ่ จวบจนกระทั่งมันได้กลับมาดูสะอาดสะอ้านเหมือนเดิมอีกครั้ง....
…
…
Silent night, holy night
All is calm, all is bright ….
…
…
บทเพลง Silent Night ถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง...
เป็นเวลานานทีเดียวที่ผมไม่ได้ฟังมัน...
บทเพลงอันแสนสงบที่ประสานขับกล่อมให้คืนคริสมาสต์นั้นเต็มไปด้วยความอบอุ่น...
บทเพลงที่ทำให้ผม สามารถใช้ชีวิตอยู่ต่อไปได้ด้วยความหวัง...
…
…
“กาโฮ ... ชาร์ลี นี่คือของขวัญวันคริสมาสต์ของพวกแกนะ...”
ผมหยิบเสื้อถักไหมพรมที่เตรียมไว้ขึ้นมา แล้วสวมใส่ให้กับพวกมันทีละตัว...ของกาโฮเป็นสีฟ้า ส่วน ของชาร์ลีเป็นสีชมพู...
ผม ใช้เวลาถักพวกมันอยู่หลายสัปดาห์ทีเดียว...แม้ว่าผมจะถักมันด้วยลวดลายง่ายๆ แต่เพราะภายในหนึ่งปีที่ผ่านมา นั้น พวกมันก็กลับกลายเป็นหมาตัวใหญ่เสียจนสวมเสื้อที่จียงถักเอาไว้ไม่ได้เสีย แล้ว...ด้วยเหตุนั้น ผมจึงต้องซื้อหนังสือมาฝึกถักเย็บเสื้อไหมพรมให้พวกมันใส่แทน...จะให้ไปซื้อ ตามร้าน ก็เกรงว่ามันจะไม่อุ่นเท่ากับที่เราได้ถักไปให้เหมือนอย่างที่ใครบางคนได้ บอกเอาไว้ในครั้งก่อน...
“จียงกำลังจะกลับมาแล้ว...พวกแกห้ามดื้อห้ามซนกันนะรู้มั้ย!...”
ผม หันไปกำชับเจ้าสองตัวอีกครั้ง ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ที่โต๊ะอาหาร จุดเทียนบนเชิงที่อยู่กลางโต๊ะอย่างละเมียด...และสงบนิ่งนั่งรอคอยการกลับมา ของใครบางคนที่ผมกำลังคิดถึงจนสุดหัวใจ…
Silent night, holy night
Son of God, love's pure light
Radiant beams from Thy holy face
With the dawn of redeeming grace
Jesus, Lord, at Thy birth
Jesus, Lord, at Thy birth
เสียงเพลง Silent Night ยังคงบรรเลงต่อไป...
ต่อไปเรื่อยๆ...
ทว่าใครบางคนที่ผมรอคอยก็ยังไม่มา...
…
…
“จียง...”
ผมเริ่มเอ่ยขึ้นเบาๆ อีกครั้ง...มองดูเข็มนาฬิกาที่ค่อยๆ กระเถิบย่างก้าวไปตามจังหวะ...
เสียงหัวใจของผมมันแผ่วช้า คล้ายกับคนป่วยที่ไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะร่ำไห้...
…
…
ที่จริงแล้วผมรู้...
ผมรู้ดีว่าเขาจะไม่กลับมา...
แม้จะคุกเข่าอ้อนวอนต่อสวรรค์...
หรือโขกศรีษะให้เลือดไหลอาบกำแพงสักล้านครั้ง...
แม้จะทำเช่นนั้น...
เขาก็คงไม่กลับมา...
…
…
“กาโฮ...ชาร์ลี...พวกแกคิดถึงจียงมั้ย”
ผม หันไปพูดกับเจ้าหมาทั้งสองที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่อย่างว่าง่าย ก่อนจะอุ้มเจ้าชาร์ลีขึ้นมากอด แล้วใช้ฝ่ามืออีกข้างหนึ่งลูบศรีษะของกาโฮเบาๆ อย่างทนุถนอม...
“เขาสัญญาว่าจะกลับมาใช่มั้ย...”
“...”
“เขาพูดว่าเราจะฉลองคริสมาสต์ด้วยกันทุกปีใช่มั้ย...”
“...”
“แล้วทำไมล่ะ...ทำไมฉันถึงนั่งอยู่คนเดียว...ทำไม...”
ทั้งๆ ที่รู้ว่าเขาจากไปอย่างไม่มีวันย้อนกลับ...แต่ผมก็ยังคงเฝ้ารอ...
ถ้าเขาบอกให้ผมรอ...ผมก็จะยังคงรออยู่แบบนี้
จะอีกกี่ปี ผมก็จะนั่งประดับต้นคริสมาสต์และเปิดเพลง Silent Night ขึ้นเพื่อฉลองค่ำคืนอันอบอุ่นด้วยกันกับเขา...
…
…
“โฮ่งๆ ...”
อยู่ดีๆ เจ้ากาโฮก็ส่งเสียงขึ้นมา...และเสียงเห่าของมันก็ทำให้ชาร์ลีที่นั่งอยู่บนตักของผมกระโดดกลับลงไปที่พื้นอีกครั้ง...
“มีอะไรเหรอ กาโฮ”
ผมหันไปเอ่ยถามเจ้าตัวย่น ด้วยเพราะสงสัยว่ามันกำลังหิว...หรือว่ามันกำลังต้องการอะไรกันแน่...
“โฮ่งๆ...”
มันเห่าขึ้นซ้ำอีก...ก่อนจะวิ่งไปที่ต้นคริสมาสต์ต้นใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ในห้องนั่งเล่น...
“กาโฮ...”
ผมร้องเรียกมันด้วยความประหลาดใจก่อนจะเดินตามมันไปพร้อมกับเจ้าชาลีที่อยู่ข้างๆ
“โฮ่งๆๆๆๆ...”
ทว่าคราวนี้มันเริ่มเห่าครั้งใหญ่ ...
ใน ตอนแรกแรกผมนึกว่ามันจะสนใจสีสันจากหลอดไฟที่กำลังส่องสว่าง...แต่ทว่าเจ้า กาโฮกลับเดินตรงไปยังกล่องลังกล่องใหญ่ที่ใช้เก็บของประดับตกแต่งต้น คริสมาสต์กล่องนั้นเสียแทน...
“กาโฮ...แกทำอะไรของแกน่ะ...”
ผม เอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันที่จะพูดอะไรต่อ...จู่ๆ เจ้าชาร์ลีก็พุ่งตรงเข้าไปที่กล่องลังนั้นเช่นกัน ก่อนที่ทั้งสองจะลงมือรื้อคุ้ยข้าวของที่อยู่ภายในนั้นราวกับกำลังรื้อหา อาหารอย่างบ้าคลั่ง...
“เฮ้! พวกแกอย่าทำแบบนั้นนะ จียงอุตส่าห์จัดมันไว้อย่างดี ถ้าพวกแกดื้อฉันจะตีพวกแกนะรู้มั้ย!!”
ผม ตะคอกใส่พวกมันเสียงดัง ก่อนจะเดินเข้าไปยื้อร่างของชาร์ลีให้ออกมาจากกล่อง และตามมาด้วยการอุ้มเจ้ากาโฮที่กำลังคุ้ยลังอยู่เสียจนเละเทะ
“มันเละหมดแล้วเห็นมั้ยกาโฮ!!! นี่พวกแกทำอะไรของพวกแกเนี่ย!!!”
ผมตวาดขึ้นอย่างเหลืออด...
ของประดับที่จียงจัดเก็บเอาไว้อย่างดีก่อนที่เขาจะจากไปนั้นได้ถูกคุ้ยออกมาจนกระจุยกระจาย...
แม้ว่าข้าวของเหล่านี้จะหาซื้อใหม่ได้...
แต่สำหรับผมแล้ว...มันไม่มีทางเหมือนกัน...!!!!
…
“โฮ่งๆๆ”
กา โฮยังคงเห่าอยู่ไม่ยอมหยุด มันเดินไปที่กล่องลังอีกครั้งอย่างไม่ลดละ ก่อนจะใช้ขาหน้าเขี่ยเบาๆ เหมือนจะสื่ออะไรบางอย่างแก่ผม...หรือไม่ มันก็พยายามที่จะท้าทายคำสั่ง...
“กาโฮ!!!แกพูดไม่รู้เรื่องรึไงฮะ”
ผม เงื้อมมือขึ้นอย่างเหลืออดและเตรียมจะฟาดมันลงไปเป็นการทำโทษ... กาโฮหลับตาลงและเอียงคอหนีอย่างหวาดกลัว... แต่ทว่าก่อนที่ฝ่ามือของผมจะกระทบลงไปนั้น...สายตาของผมก็พลันเหลือบไปเห็น อะไรบางอย่างในกล่องลังนั้นเข้าเสียก่อน...
“นี่อะไรน่ะ!...”
อุทานขึ้นเบาๆ ก่อนจะลดมือลงแล้วเปลี่ยนไปหยิบสิ่งนั้นขึ้นมาแทน...
…
…
‘ซองกระดาษสีขาวขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ที่ถูกเขียนด้วยลายมืออันคุ้นเคยอยู่ด้านหน้า...’
‘Merry Christmas!’
…
ใน ทันทีที่สมองของผมเริ่มจะตีความได้..สองมือของผมก็เริ่มแกะซองนั้นออกมา อย่างเร็วไว...ก่อนที่สายตาอันสั่นเทิ้มจะได้พบกับของบางสิ่งที่บรรจุอยู่ใน นั้น...
ของบางสิ่งที่ทำให้หัวใจของผมเต้นรัว...
ของบางสิ่งที่บีบคั้นให้น้ำตาของผมต้องไหลลงมา...
“เปิดซีดีแผ่นนี้ดูนะครับพี่...ผมกลับมาหาพี่แล้ว”
ผม มองซองกระดาษและข้อความนั้นอย่างพินิจพิเคราะห์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินไปที่จอโทรทัศน์ สอดแผ่นซีดีนั้นลงไปกับเครื่องเล่น...แล้วรอจนกระทั่งภาพบนจอฉายขึ้นมาด้วย หัวใจที่เต้นระทึก...
“Silent night, holy night
All is calm, all is bright ….
Round yon virgin mother and child
Holy infant so tender and mild
Sleep in heavenly peace....Sleep in heavenly peace………..
เสียง เพลง Silent night ดังขึ้นอีกครั้งหนึ่งอย่างคุ้นเคย...ทว่าครั้งนี้กลับไม่ใช่เสียงประสานจาก แผ่นซีดีเพลงคริสมาสต์อย่างที่ผมเคยฟัง หากแต่มันกลับเป็นเสียงร้องอันไพเราะของใครคนหนึ่ง
...คนที่ผมคิดถึงจนสุดหัวใจ...
…
…
“พี่ซึงฮยอนฮะ...ผมต้องขอโทษจริงๆ ที่ผมไม่สามารถรักษาสัญญากับพี่ได้...”
ร่าง บางบนจอโทรทัศน์พูดขึ้นเบาๆ ด้วยใบหน้าที่ซีดเซียว...ริมฝีปากของเขาแห้งผากจนแตกเป็นเกล็ด ผิวที่ขาวซีดนั้นกำลังสวมใส่ชุดเครื่องแบบของโรงพยาบาล...ผมเผ้าดูยุ่ง เหยิง...ทว่าดวงตาของเขากลับเปล่งประกายขึ้นมาอย่างงดงาม…
“ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้อยู่ข้างๆ พี่อีกต่อไปนับจากนี้...แต่เราก็ยังฉลองคริสมาสต์ด้วยกันได้ทุกปี...นะฮะ”
ดู เหมือนน้ำเสียงของจียงจะเริ่มปะปนกับเสียงสะอื้นไห้...ผมมองภาพในจอโทรทัศน์ นั้นด้วยหัวใจที่กระตุกสั่น...โอบกอดร่างของสหายตัวเล็กทั้งสองเอาไว้แนบ ข้างราวกับพยายามจะหาที่พึ่ง...
“พี่ซึงฮยอนฮะ...ตราบใดที่พี่ยังคงประดับต้นคริสมาสเอาไว้ให้ผม...”
“ตราบใดที่บทเพลง Silent Night นั้นยังคงถูกเปิดอยู่ที่นี่...”
“ขอให้พี่ได้รู้ไว้...ว่าผมจะอยู่ในนั้น...จะอยู่ในเสียงเพลงให้พี่ได้รับฟัง...และจะอยู่ในแสงไฟให้พี่ได้มองดู...”
“...ไม่ว่าจะอีกสิบปี ยี่สิบปี หรืออีกร้อยปีข้างหน้า...”
“ผมสัญญา...ว่าเราจะได้ฉลองคริสมาสต์ด้วยกันแบบนี้...ตลอดไป...”
“Merry Christmas นะฮะ พี่ซึงฮยอน...”
สิ้นเสียงพูดอันแผ่วเบา...ในที่สุด...ภาพบนหน้าจอโทรทัศน์ก็ฉับพลันดับลงไป...
ทว่าน้ำเสียงของเขายังคงก้องดังอยู่ในหูของผมไม่สร่าง
ภาพใบหน้าอันซีดเซียวนั้นยังคงติดตาผมอยู่อย่างไม่จางหาย...
....
ความเงียบเข้าปกคลุมบริเวณนั้นอยู่ครู่ใหญ่...
จวบจนกระทั่งน้ำตาของผมค่อยๆ ไหลลงมาอีกครั้ง......
หากเพียงแต่ว่า...
น้ำตาหยดนี้หาใช่ความโศกเศร้าหรือความปวดร้าวใดๆ...
น้ำตาหยดนี้...หาใช่ความขมขื่นหรือความเสียใจเหมือนอย่างที่เคยสัมผัส...
...
ทว่าน้ำตาหยดนี้...มันคือน้ำตาแห่งความปิติยินดี...
น้ำตาแห่งความอบอุ่นหัวใจที่หลั่งไหลลงมาต้อนรับค่ำคืนอันศักดิ์สิทธิ์คืนนี้...
…
…
24.00 น....
สาย ตาของผมกำลังเหลือบไปมองแสงไฟที่ใช้ประดับอยู่ทั่วต้นคริสมาสต์ต้น ใหญ่...สองมือโอบกอดร่างอุ่นของสหายคู่ใจทั้งสองเอาไว้แนบข้าง...
และริมฝีปากของผมก็เริ่มเผยอออกมาอีกครั้ง เพื่อที่จะขับร้องบทเพลงอันแสนอบอุ่นนั้นขึ้นมา...ด้วยตัวผมเอง...
…
…
“Silent night, holy night
All is calm, all is bright ….
Round yon virgin mother and child
Holy infant so tender and mild
Sleep in heavenly peace....Sleep in heavenly peace………..
…
…
…
“ Merry Christmas นะ…......................................................จียง”

edit @ 22 Apr 2011 21:24:37 by TEM_G 4SHO

#1 By flylifeg on 2011-04-23 14:02